การพยาบาลผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด ที่ได้รับการสวนขยายหลอดเลือดหัวใจ : กรณีศึกษา

Authors

  • Prapakorn Attachaiya Academic Journal of Mahasarakham Provincial Public Health Office

Abstract

บทคัดย่อ

            บทนำ : โรคหัวใจขาดเลือด Ischemic Heart Disease (IHD) เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญในระดับโลก และในประเทศไทย ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากร การรักษาด้วยการสวนขยายหลอดเลือดหัวใจ (Percutaneous Coronary Intervention : PCI) เป็นวิธีหนึ่งที่ลดอัตราการเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว การพยาบาลผู้ป่วย
โรคหัวใจขาดเลือดที่ได้รับการทำสวนขยายหลอดเลือดหัวใจ โดยเน้นการกระบวนการพยาบาล ทักษะและสมรรถนะของพยาบาล ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม เพื่อลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน ป้องกันการกลับมารักษาซ้ำ ให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวและสังคมได้อย่างมีความสุข

            วัตถุประสงค์ : ศึกษาการพยาบาลผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด ที่ได้รับการสวนขยายหลอดเลือดหัวใจ ห้องอภิบาลผู้ป่วยก่อน-หลังตรวจสวนหัวใจ (Pre-post Cath Unit)

            วิธีการศึกษา : ศึกษาเปรียบเทียบผู้ป่วย 2 ราย ที่เข้ารับการรักษา ห้องอภิบาลผู้ป่วยก่อน – หลังตรวจสวนหัวใจ (Pre-post Cath Unit) เครื่องมือที่ใช้ คือ การสัมภาษณ์ การสังเกต และเวชระเบียน

            ผลการศึกษา : ผู้ป่วยทั้งสองรายมาด้วยอาการคล้ายกัน ได้แก่ อาการเจ็บแน่นหน้าอก จุกแน่นลำคอร้าวไปกรามและไหล่ซ้ายระยะเวลา 10 – 30 นาที ได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG 12leads) และส่งผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Troponin I) ผู้ป่วยทั้งสองรายได้รับการวินิจฉัยมีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ชนิด ST segment ไม่ยกขึ้น (NSTEMI) และจำเป็นต้องได้รับการักษาด้วยยาต้านเกล็ดเลือดยาต้านการแข็งตัวของเลือดและทำหัตถการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ แต่มีลักษณะโรคประจำตัว พฤติกรรมสุขภาพ ตำแหน่งการใส่สายสวนขยายหลอดเลือดหัวใจ ภาวะแทรกซ้อนหลังการรักษา และปัจจัยเสี่ยงที่แตกต่างกัน ผู้ป่วยทั้งสองรายได้รับการดูแลตามมาตรฐาน โดยเน้นกระบวนการพยาบาล ใช้กรอบแนวคิดของ
กอร์ดอน (Gordon’s Functional Health Patterns) และทฤษฎีการพยาบาลของโอเร็ม (Orem’s Nursing Theory) ตั้งแต่ระยะแรกรับ ระยะก่อน ระยะหลัง ระยะต่อเนื่อง และระยะจำหน่าย เมื่อสวนขยาย หลอดเลือดหัวใจ กรณีศึกษารายที่ 1 มีความยุ่งยากในการดูแลเรื่องความซับซ้อนของโรค มีพฤติกรรมเสี่ยงด้านอาหาร ยา การออกกำลังกาย ที่ส่งผลต่อโรคและการกลับมาตีบซ้ำของหลอดเลือดได้ กรณีศึกษารายที่ 2 มีความยุ่งยากในการดูแล เนื่องจากตีบซ้ำในตำแหน่งที่เคยได้รับการทำหัตถการ พฤติกรรมเสี่ยง ขาดการออกกำลังกาย พักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ ผู้ป่วยทั้งสองรายสามารถผ่านพ้นระยะวิกฤติได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

Published

2026-06-23

Issue

Section

Original Articles (นิพนธ์ต้นฉบับ)