การพัฒนารูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมแบบบูรณาการ ในผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่มีการใช้ยาวาร์ฟาริน โรงพยาบาลพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

ผู้แต่ง

  • ธัญวรัชญ์ ขำมาลัย กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลพิมาย

คำสำคัญ:

วาร์ฟาริน, การบริบาลทางเภสัชกรรมแบบบูรณาการ, ผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

บทคัดย่อ

ความเป็นมา: โรงพยาบาลพิมายจัดตั้งคลินิกวาร์ฟารินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 พบว่าร้อยละของผู้ป่วยที่มีค่า international normalized ratio (INR) อยู่ในช่วงเป้าหมายยังต่ำกว่าร้อยละ 65 จึงมีแนวคิดพัฒนารูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมแบบบูรณาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา

วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิผล รูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมแบบบูรณาการโดยการติดตามทางโทรศัพท์ ในผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่มีการใช้วาร์ฟาริน โรงพยาบาลพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

วิธีวิจัย: งานวิจัยแบบกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ที่ได้รับวาร์ฟาริน แผนกผู้ป่วยนอก ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2567 ถึง 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงเป็นผู้ป่วยที่มีการปรับขนาดวาร์ฟารินในวันที่มาพบแพทย์ สามารถสื่อสารกับเภสัชกรทางโทรศัพท์ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม การบันทึกข้อมูลการรักษา และการประเมินปัญหาการใช้ยา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ paired t-test และ McNemar test

ผลการวิจัย: ผู้ป่วยที่มีค่า INR อยู่ในช่วงเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 0 ราย เป็น 60 ราย (ร้อยละ 70.59) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ความรู้เกี่ยวกับวาร์ฟารินเพิ่มขึ้นจาก 11.80 ± 2.24 เป็น 14.05 ± 1.09 (p < 0.001) ปัญหาการใช้ยาลดลงจาก 63 ครั้ง เหลือเพียง 1 ครั้ง (p < 0.001) ความพึงพอใจของผู้ป่วยอยู่ในระดับสูง (4.88 ± 0.39 จากคะแนนเต็ม 5) และแพทย์ยอมรับคำแนะนำจากเภสัชกรในการแก้ไขด้านยาร้อยละ 97.65

สรุปผล: การบริบาลทางเภสัชกรรมแบบบูรณาการ ช่วยให้ผู้ป่วยมีค่า INR อยู่ในช่วงเป้าหมายมากขึ้น ลดปัญหาการใช้ยา และเพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วย

ประวัติผู้แต่ง

ธัญวรัชญ์ ขำมาลัย, กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลพิมาย

ภ.บ.

เอกสารอ้างอิง

สุรพันธ์ สิทธิสุข. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับดูแลผู้ป่วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด atrial fibrillation ในประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพมหานคร: สมาคมแพทย์โรคหัวใจ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์; 2555 [สืบค้นเมื่อ 30 มี.ค. 2567]. สืบค้นจาก: http://www.thaiheart.org/images/column_1291454908/Thai_AF_Guideline_2012.pdf

Hirsh J, Fuster V, Ansell J, Halperin JL. American Heart Association/American College of Cardiology Foundation guide to warfarin therapy. Circulation. 2003;107(12):1692-711. doi: 10.1161/01.CIR.0000063575.17904.4E.

เจนจิรา ตันติวิชญวานิช, รังสิมา ไชยาสุ. ผลของการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟารินของโรงพยาบาลปัตตานี. วารสารเภสัชกรรมไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2556 [สืบค้นเมื่อ 30 มี.ค. 2567];5(2):108-19. สืบค้นจาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TJPP/article/view/169341

สายฝน อินทร์ใจเอื้อ. ผลการพัฒนารูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยคลินิกวาร์ฟาริน โรงพยาบาลบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารเภสัชกรรมคลินิก [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 5 ม.ค. 2568];30(3):255-65. สืบค้นจาก: https://thaidj.org/index.php/TJCP/article/view/15649

อุทัยวรรณ เมืองแมน, พรนัชชา ต่วนเทศ. การพัฒนาแบบบันทึกปัญหาด้านยาและผลการให้คำแนะนำปรับขนาดยาโดยเภสัชกรในคลินิกวาร์ฟาริน โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์. สวรรค์ประชารักษ์เวชสาร [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [สืบค้นเมื่อ 30 มี.ค. 2567];16(3):111-25. สืบค้นจาก: https://thaidj.org/index.php/smj/article/view/8766

สำนักวิชาการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการจัดการด้านยาตาม service plan สาขาโรคหัวใจและโรคไต. นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2564.

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุข 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2561) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2561 [สืบค้นเมื่อ 30 มี.ค. 2567]. สืบค้นจาก: https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2022/09/strategymoph61_v10.pdf

ธีระพร วุฒยวนิช, นิมิตร มรกต, กิตติกา กาญจนรัตนากร. วิจัยทางการแพทย์. เชียงใหม่: กลางเวียงการพิมพ์; 2542.

Hindricks G, Potpara T, Dagres N, Arbelo E, Bax JJ, Blomström-Lundqvist C, et al. 2020 ESC guidelines for the diagnosis and management of atrial fibrillation developed in collaboration with the European Association for Cardio-Thoracic Surgery (EACTS): the task force for the diagnosis and management of atrial fibrillation of the European Society of Cardiology (ESC) developed with the special contribution of the European Heart Rhythm Association (EHRA) of the ESC. Eur Heart J. 2021;42(5):373–498. doi: 10.1093/eurheartj/ehaa612.

Morisky DE, Krousel-Wood M, Ward HJ. Predictive validity of a medication adherence measure in an outpatient setting. J Clin Hypertens (Greenwich). 2008;10(5):348–54. doi: 10.1111/j.1751-7176.2008.07572.x.

ทิพย์กาญจน์ ศรีโพนทอง, สันห์ทัศน์ ศรีโพนทอง. ผลการพัฒนารูปแบบการให้บริบาลทางเภสัชกรรมร่วมกับการติดตามการใช้ยาทางโทรศัพท์ในผู้ป่วยที่ได้รับวาร์ฟาริน. วารสารเภสัชกรรมคลินิก [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 4 เม.ย. 2568] ;30(3):230-42. สืบค้นจาก: https://thaidj.org/index.php/TJCP/article/view/15644

Sudas Na Ayutthaya N, Sakunrak I, Dhippayom T. Clinical outcomes of telemonitoring for patients on warfarin after discharge from hospital: a randomized controlled trial. Int J Telemed Appl. 2018;2018:7503421. doi: 10.1155/2018/7503421.

Young S, Bishop L, Twells L, Dillon C, Hawboldt J, O'Shea P. Comparison of pharmacist managed anticoagulation with usual medical care in a family medicine clinic. BMC Fam Pract. 2011;12:88. doi: 10.1186/1471-2296-12-88.

Saokaew S, Sapoo U, Nathisuwan S, Chaiyakunapruk N, Permsuwan U. Anticoagulation control of pharmacist-managed collaborative care versus usual care in Thailand. Int J Clin Pharm. 2012;34(1):105-12. doi: 10.1007/s11096-011-9597-8.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-25