ปัจจัยที่มีผลต่อการตรวจราชการและนิเทศงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของผู้ทำหน้าที่ตรวจราชการ และผู้รับการตรวจราชการ กรณีศึกษาเขตสุขภาพที่ 4
บทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตรวจราชการและนิเทศงาน
ในเขตสุขภาพที่ 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์เดือนตุลาคม 2567
- เดือนกันยายน 2568 จากกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ทำหน้าที่ตรวจราชการ 189 คน และผู้รับการตรวจราชการ
341 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยผ่านการตรวจสอบคุณภาพและมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.71 การวิเคราะห์ข้อมูล
ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมาน
เพื่อทดสอบความแตกต่าง ได้แก่ Independent t-test และ One-way ANOVA รวมถึงใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
ผลการศึกษา พบว่า 1) ข้อมูลทั่วไป กลุ่มผู้ทำหน้าที่ตรวจราชการส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 81.48)
มีอายุเฉลี่ย 46.39 ± 10.46 ปี มีสถานภาพสมรส (ร้อยละ 65.61) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท (ร้อยละ 67.20)
ดำรงตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข (ร้อยละ 70.37) ปฏิบัติงานในศูนย์วิชาการมากที่สุด (ร้อยละ 66.67)
และมีประสบการณ์ด้านการตรวจราชการ 5-10 ปี (ร้อยละ 49.39) สำหรับกลุ่มผู้รับการตรวจราชการส่วนใหญ่
เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 77.71) มีอายุเฉลี่ย 41.76 ± 10.46 ปี มีสถานภาพสมรส (ร้อยละ 56.88) สำเร็จการศึกษา
ระดับปริญญาตรี (ร้อยละ 66.28) ดำรงตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข (ร้อยละ 61.58) ปฏิบัติงานในสำนักงาน
สาธารณสุขจังหวัดมากที่สุด (ร้อยละ 75.95) และมีประสบการณ์รับการตรวจราชการต่ำกว่า 5 ปี (ร้อยละ 38.71)2) ระดับความคิดเห็น ทัศนคติ ความเชื่อ และความพึงพอใจต่อระบบการตรวจราชการในภาพรวมของทั้งสองกลุ่ม
อยู่ในระดับปานกลาง 3) ปัจจัยส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อทัศนคติ ความเชื่อ และความพึงพอใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
(p<0.05) ในกลุ่มผู้ทำหน้าที่ตรวจราชการ ได้แก่ อายุ สถานภาพสมรสและประสบการณ์ทำงาน ขณะที่กลุ่มผู้รับ
การตรวจราชการ ได้แก่ อายุ ตำแหน่งงาน ประสบการณ์ทำงาน 4) ปัญหาและอุปสรรค พบว่าตัวชี้วัดมีจำนวนมาก
เกิดความซ้ำซ้อน ข้อมูลในระดับพื้นที่ไม่สอดคล้องกับระบบของส่วนกลางและมีข้อจำกัดด้านระยะเวลา
ในการตรวจราชการซึ่งเฉลี่ยเพียง 3 วันต่อจังหวัด
ข้อเสนอแนะ ควรมีการบูรณาการตัวชี้วัดให้มีความชัดเจนและลดความซ้ำซ้อน พร้อมทั้งพัฒนาระบบ
การรายงานผลให้สามารถประมวลผลได้แบบทันที นอกจากนี้ ควรปรับเปลี่ยนบทบาทของผู้นิเทศงานจากการเป็นเพียง
ผู้ตรวจสอบ ไปสู่การเป็นผู้ให้คำปรึกษาและพี่เลี้ยง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น
คำสำคัญ: การตรวจราชการและนิเทศงาน; ผู้ทำหน้าที่ตรวจราชการ; ผู้รับการตรวจราชการ; เขตสุขภาพที่ 4
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
