ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะความดันโลหิตสูงในเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความชุกและวิเคราะห์ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะความดันโลหิตสูงในบุคลากรโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ศึกษาจากข้อมูลทุติยภูมิการตรวจสุขภาพประจำปี พ.ศ. 2568 กลุ่มตัวอย่างคือบุคลากรที่ข้อมูลครบถ้วนจำนวน 1,777 คน เครื่องมือ คือ แบบบันทึกข้อมูลผลการตรวจร่างกายและลักษณะการทำงาน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติถดถอยโลจิสติกพหุคูณ (Multiple Logistic Regression)
ผลการศึกษาพบความชุกของภาวะความดันโลหิตสูงร้อยละ 15.98 (95% CI: 14.33–17.74) โดยความชุกในเพศชาย (ร้อยละ 23.96) สูงกว่าเพศหญิง (ร้อยละ 13.60) ผลการวิเคราะห์พหุตัวแปร พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะความดันโลหิตสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ได้แก่ เพศชาย (AOR = 1.78; 95% CI: 1.34–2.36), กลุ่มอายุ 40 – 49 ปี (AOR = 2.41; 95% CI: 1.42–4.09) และอายุ 50 – 60 ปี (AOR = 4.12; 95% CI: 2.41–7.05) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอายุน้อย สำหรับดัชนีมวลกาย พบว่าภาวะอ้วนระดับที่ 1
(AOR = 1.89) และอ้วนระดับที่ 2 (AOR = 2.67) มีความสัมพันธ์กับภาวะความดันโลหิตสูงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ลักษณะการทำงานแบบเป็นกะไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะดังกล่าว
สรุปได้ว่าแม้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ก็ยังมีความชุกของโรคที่ควรเฝ้าระวัง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อควบคุมน้ำหนักตัวในบุคลากรเพศชายและกลุ่มอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป
จึงเป็นมาตรการสำคัญที่ทางโรงพยาบาลควรเร่งดำเนินการ
คำสำคัญ : ภาวะความดันโลหิตสูง, บุคลากรโรงพยาบาล, ความชุก, ปัจจัยที่สัมพันธ์, การตรวจสุขภาพประจำปี