การพัฒนารูปแบบการติดตามหลังการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูง ต่อการก่อความรุนแรงแบบบูรณาการเครือข่ายในอำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • ปราณี ถีอาสนา วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสถานการณ์พัฒนารูปแบบการติดตามต่อเนื่องแบบบูรณาการ เครือข่าย สำหรับผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง และประเมินประสิทธิผลของรูปแบบในพื้นที่อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) แบ่งการศึกษาเป็น 3 ระยะ ดำเนินการ 2 วงรอบ กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยตัวแทนภาคีเครือข่ายระดับอำเภอ ได้แก่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรือนจำ และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 82 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบคัดกรอง แบบคัดกรองและส่งต่อผู้ป่วยที่ใช้ยาและสารเสพติดเพื่อรับการบำบัดรักษา กระทรวงสาธารณสุข (บคก.กสธ.) V.2 แบบประเมินพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง (OAS) แบบติดตามผู้ป่วย 10 ด้าน แบบสังเกตสัญญาณเตือน 5 สัญญาณ และแนวคำถามการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ จำนวนและร้อยละ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา

          ผลการศึกษาในระยะแรกพบว่าสถานการณ์ผู้ป่วยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงในพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2564 – 2566 พบจำนวน
239 ราย 348 ราย และ 447 ราย ตามลำดับ ซึ่งผู้ป่วย ร้อยละ 67 มีประวัติกลับเข้ารับการรักษาซ้ำมากกว่า 3 ครั้ง เนื่องจากการติดตามหลังจำหน่ายยังขาดรูปแบบที่ชัดเจนและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยจึงพัฒนารูปแบบการติดตามภายใต้กลไกหลัก 3C คือ Client (ยาถึง พึ่งตนเองได้) Caregiver (เข้าใจ เข้าถึง สอดส่อง) และ Community (ยอมรับ ช่วยกัน ปันโอกาส) ขับเคลื่อนโดย “ทีม 4 ประสาน” (สาธารณสุข ปกครอง ตำรวจ และท้องถิ่น) กำหนดให้มีการติดตามเยี่ยมครั้งแรกภายใน 3 – 7 วันหลังจำหน่าย และติดตามต่อเนื่องในเดือนที่
1, 3, 6 และ 12 พร้อมระบบประเมินพฤติกรรมและสารเสพติดเชิงรุก ผลการนำรูปแบบไปใช้ พบว่า อัตราการติดตามดูแลผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 98.97 และสามารถลดอัตราการก่อความรุนแรงซ้ำลงเหลือเพียง ร้อยละ 1.03 นอกจากนี้ ผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางได้รับการช่วยเหลือด้านสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอาชีพครบทุกราย สรุปได้ว่ารูปแบบการติดตามแบบบูรณาการเครือข่ายสามารถปิดช่องว่างการสื่อสารและลดเหตุความรุนแรงได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยและความยั่งยืนในระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดในชุมชน

คำสำคัญ :   ผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด, ความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง, การติดตามหลังการบำบัดรักษา,     การบูรณาการเครือข่าย




ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-26

ฉบับ

บท

Original Articles (นิพนธ์ต้นฉบับ)