การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตในหอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • ธนาภรณ์ ชิณวงค์ วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

            บทนำ ภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตเป็นภาวะวิกฤตที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะในโรงพยาบาลชุมชนที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่จึงมีความสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลและลดความรุนแรงของโรค

            วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสถานการณ์และปัญหา พัฒนารูปแบบ และประเมินผลลัพธ์ของรูปแบบการดูแลผู้ป่วยภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตในหอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม

            วิธีการวิจัย เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ดำเนินการระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะศึกษาสถานการณ์ ระยะพัฒนารูปแบบ และระยะประเมินผล กลุ่มตัวอย่างเป็นเวชระเบียนผู้ป่วยภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตก่อนและหลังการใช้รูปแบบ ระยะการศึกษาจำนวนละ 30 ราย เครื่องมือประกอบด้วยแบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วย แบบสัมภาษณ์ และรูปแบบการดูแลที่พัฒนาขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Chi-square test และ Paired t-test หรือ Wilcoxon signed-rank test

            ผลการวิจัย ภายหลังการใช้รูปแบบ พบว่าการประเมินผู้ป่วยโดยใช้ qSOFA/SIRS เพิ่มขึ้นจาก
ร้อยละ 26.67 เป็น 83.33 และการประเมินความรุนแรงด้วย SOS score เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 16.67 เป็น 90.00 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่เริ่มคัดกรองถึงการวินิจฉัยลดลงจาก 97.60 ± 41.80 นาที เป็น 58.90 ± 24.70 นาที (p < .001) ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยก่อนเกิดภาวะช็อกเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 70.00 เป็น 93.33 (p = 0.020) ระยะเวลานอนโรงพยาบาลเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.041) ขณะที่อัตราการเกิด septic shock และอัตราการเสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง

            สรุป รูปแบบการดูแลผู้ป่วยภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตที่พัฒนาขึ้นมีส่วนช่วยปรับปรุงกระบวนการดูแลผู้ป่วยให้มีความเป็นระบบมากขึ้น ลดระยะเวลาในการวินิจฉัย และมีแนวโน้มส่งผลต่อผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดีขึ้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลชุมชนที่มีบริบทใกล้เคียงกันได้

คำสำคัญ : ภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต, รูปแบบการดูแล, Sepsis bundles, โรงพยาบาลชุมชน

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-26

ฉบับ

บท

Original Articles (นิพนธ์ต้นฉบับ)