Factors ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการจ่ายยาปฏิชีวนะของเภสัชกรชุมชนในภาคตะวันออกของประเทศไทย การวิเคราะห์โดยใช้แบบจำลอง COM-B

ผู้แต่ง

  • จิระสันต์ มีรัตน์ธนวัต ภม. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี
  • กัมปนาท หวลบุตตา ปร.ด. มหาวิทยาลัยรังสิต
  • ธนิกานต์ แสงนิ่ม ปร.ด. มหาวิทยาลัยบูรพา
  • พุทธ ศิลตระกูล วท.ม. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

เภสัชกรชุมชน, การจ่ายยาปฏิชีวนะ, แบบจำลอง COM-B, การใช้ยาอย่างสมเหตุผล

บทคัดย่อ

เภสัชกรชุมชนในประเทศไทยมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการกำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพ แต่หลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับปัจจัยด้านพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการจ่ายยายังคงมีจำกัด โดยเฉพาะ แบบจำลอง Capability, Opportunity, Motivation–Behavior (COM-B) ยังไม่พบการนำมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมดังกล่าวในบริบททางวัฒนธรรม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมทางภาคตะวันออกของประเทศไทย งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง ต้องการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการจ่ายยาปฏิชีวนะของเภสัชกรชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว เก็บข้อมูลจากเภสัชกรที่ปฏิบัติงานร้านขายยา กลุ่มตัวอย่าง 185 คน ด้วยแบบสอบถามทางไปรษณีย์ซึ่งตอบด้วยตนเอง โดยประเมินด้านความสามารถ โอกาส แรงจูงใจ และพฤติกรรมการจ่ายยา โดยใช้มาตรวัดของลิเคิร์ท 5 ระดับ มีความเที่ยง Cronbach Alpha 0.77, 0.71, 0.74 และ 0.84 ตามลำดับ

ผลการศึกษา พบว่า เภสัชกรผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง (73.0%) อายุไม่เกิน 39 ปี (84.3%) จบหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต 5 ปี (57.8%) จบสาขาวิชาการบริบาลทางเภสัช (43.8%) ส่วนมากประจำร้านขายยาเดี่ยว (77.3%) และประมาณครึ่งหนึ่งเป็นร้านขายยาผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินตามวิธีการปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน (GPP) ปี พ.ศ.2561 (53.5%) เภสัชกรมีระดับความสามารถเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง ขณะที่โอกาสและแรงจูงใจอยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางมาก และพฤติกรรมการจ่ายยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผลอยู่ในระดับมาก ความสามารถ โอกาส และแรงจูงใจมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการจ่ายยาปฏิชีวนะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Pearson’s r = 0.63, 0.35 และ 0.65 ตามลำดับ) ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนพบว่า ในแบบจำลองสุดท้ายแรงจูงใจและความสามารถมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการจ่ายยาปฏิชีวนะ โดยแบบจำลองสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมที่ผู้ตอบรายงานด้วยตนเองได้ร้อยละ 53.8 (Adjusted R² = 0.538)

การศึกษานี้สะท้อนว่า เภสัชกรชุมชนส่วนใหญ่มีความสามารถทางวิชาชีพในระดับสูงและแรงจูงใจ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการจ่ายยาปฏิชีวนะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง ผลการศึกษาจึงไม่สามารถยืนยันความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระหว่างแรงจูงใจ ความสามารถ
และพฤติกรรมการจ่ายยาปฏิชีวนะได้

ประวัติผู้แต่ง

จิระสันต์ มีรัตน์ธนวัต ภม., สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี

เภสัชกร

กัมปนาท หวลบุตตา ปร.ด., มหาวิทยาลัยรังสิต

วิทยาลัยเภสัชศาสตร์

ธนิกานต์ แสงนิ่ม ปร.ด., มหาวิทยาลัยบูรพา

คณะเภสัชศาสตร์

พุทธ ศิลตระกูล วท.ม., จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. นโยบายการพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Use). กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2559.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. แนวทางการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในหน่วยบริการสุขภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา; 2560.

คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ. แผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2560.

ภาณุมาศ ภูมาศ, ตวงรัตน์ โพธะ, วิษณุ ธรรมลิขิตกุล, อาธร ริ้วไพบูลย์, ภูษิต ประคองสาย, สุพล ลิมวัฒนานนท์. ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐศาสตร์จากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพใน ประเทศไทย: การศึกษาเบื้องต้น. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2555;6(3):352-60.

สำนักงานเขตสุขภาพที่ 6. สรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดกระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2564: คณะกรรมการพัฒนาการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ เขตสุขภาพที่ 6 (service plan RDU & AMR). กระทรวงสาธารณสุข; 2564.

Courtenay M, Rowbotham S, Lim R, Peters S, Yates K, Chater A. Examining influences on antibiotic prescribing by nurse and pharmacist prescribers: a qualitative study using the Theoretical Domains Framework and COM-B. BMJ Open. 2019;9(6):1–10.

Saha SK, Promite S. Factors influencing clinician’s antibiotic prescribing behaviors (apb) in Bangladesh: an in–depth review using comb model. Open Access J Trans Med Res. 2017;1(4):91-5.

Sumpradit N, Hunnangkul S, Prakongsai P, Thamlikitkul V. Distribution and utilization of antibiotics in health promoting hospitals, private medical clinics and pharmacies in Thailand. J Health Syst Res. 2013;7(2):268-80.

Daniell WW. Biostatistics: a foundation for analysis in the health sciences. 6th.ed. New York: John Wiley & Sons; 1995.

Sombutteera K, Thavornpitak Y. Response rate and factors associating mailed questionnaire response rate in nursing sciences and public health research. KKU Res J (GS). 2015;15(1):105-13.

สุรพงษ์ คงสัตย์, ธีรชาติ ธรรมวงค์. การหาค่าความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม (IOC) มหาวิทยาลัย

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย [อินเทอร์เน็ต]; 2016 [เข้าถึงเมื่อ 16 ก.พ. 2568]. เข้าถึงได้จาก: http://www.mcu.ac.th/site/articlecontent_desc.php

บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์, พิสมัย เสรีขจรกิจเจริญ. ระเบียบวิธีการวิจัยทางการสาธารณสุข: กรณีศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร. กรุงเทพฯ: จามจุรีโปรดักส์; 2560.

Siltrakool B, Berrou I, Griffiths D, Alghamdi S. Antibiotics’ use in Thailand: community pharmacists’ knowledge, attitudes and practices. Antibiotics (Basel). 2021;10(2):137. doi:10.3390/antibiotics10020137.

Saengcharoen W, Chongsuvivatwong V, Lerkiatbundit S, Wongpoowarak P. Factors influencing dispensing of antibiotics for upper respiratory infections among Southern Thai community pharmacists. J Clin Pharm Ther. 2008;33(2):123-9. doi:10.1111/j.1365-2710.2007.00890.x.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-01