ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการได้รับยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน: การศึกษาย้อนหลังแบบมีกลุ่มควบคุมโดยการจับคู่ ของโรงพยาบาลรัฐในจังหวัดตาก
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยประชากรข้ามชาติ, โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน, การใช้ยาปฏิชีวนะบทคัดย่อ
ความเป็นมา: ผู้ป่วยประชากรข้ามชาติอาจเป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับยาปฏิชีวนะและความเหมาะสมของการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โดยเฉพาะในบริบทของโรงพยาบาลรัฐในพื้นที่ชายแดน
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับยาปฏิชีวนะ และเพื่อเปรียบเทียบการได้รับยาปฏิชีวนะและความเหมาะสมของการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันระหว่างผู้ป่วยประชากรข้ามชาติและผู้ป่วยชาวไทย ในโรงพยาบาลรัฐของจังหวัดตาก
วิธีวิจัย: การศึกษาย้อนหลังแบบ case control จากข้อมูลเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ผู้ป่วยนอก โดยมีกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 3,538 คน ประกอบด้วยผู้ป่วยประชากรข้ามชาติและผู้ป่วยชาวไทยกลุ่มละ 1,769 คน ซึ่งได้จากการจับคู่ด้วยเพศและอายุ วิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับยาปฏิชีวนะด้วยสถิติถดถอยโลจิสติกส์ และวิเคราะห์ความแตกต่างของการได้รับยาปฏิชีวนะและความเหมาะสมของการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะด้วย chi square test
ผลการวิจัย: ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับยาปฏิชีวนะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ผู้ป่วยประชากรข้ามชาติ (adjusted odds ratio (OR) = 1.696; 95% CI: 1.481–1.942) โรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ติดชายแดน (OR = 2.061; 95% CI: 1.398–3.041) อุณหภูมิร่างกาย > 39.5 องศาเซลเซียส (OR = 4.751; 95% CI: 2.550–8.853) และลักษณะอุจจาระแบบปนมูกเลือด (OR = 3.692; 95% CI: 2.448–5.381) เมื่อเปรียบเทียบความเหมาะสมของการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะ พบว่ากลุ่มผู้ป่วยชาวไทยมีร้อยละการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมสูงกว่ากลุ่มผู้ป่วยประชากรข้ามชาติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05)
สรุปผล: ผู้ป่วยประชากรข้ามชาติ พื้นที่ตั้งโรงพยาบาลในเขตชายแดน อุณหภูมิร่างกายที่สูง และลักษณะอุจจาระแบบปนมูกเลือด เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน และผู้ป่วยชาวไทยมีความเหมาะสมของการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะสูงกว่าผู้ป่วยประชากรข้ามชาติ
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. กองระบาดวิทยา. สรุปรายงานการเฝ้าระวังโรคประจำปี 2566 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; ม.ป.ป. [สืบค้นเมื่อ 10 พ.ค. 2568]; สืบค้นจาก: https://apps-doe.moph.go.th/boeeng/annual/Annual/Annual%20Report%202023.pdf
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก เขตสุขภาพที่ 2 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2564 [สืบค้นเมื่อ 17 เม.ย. 2568]. สืบค้นจาก: https://hdc.moph.go.th/tak/public/standard-report-detail/b307f1d136925d2c20940e5cc9c49ec7
คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล. คู่มือการดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล. พิมพ์ครั้งที่ 1 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข; 2558 [สืบค้นเมื่อ 20 พ.ค. 2568]. สืบค้นจาก: https://ndp.fda.moph.go.th/rational-drug-use/rdu-manual
สุรัสวดี กลิ่นชั้น, คณุตม์ ทองพันชั่ง. การวิเคราะห์เชิงพรรณนาข้อมูลระบบเฝ้าระวังอหิวาตกโรค (Cholera) ทั้ง 5 มิติของการดำเนินงาน. ใน: เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย, กนกทิพย์ ทิพย์รัตน์, พิมพ์ภา เตชะกมลสุข, บรรณาธิการ. สรุปแนวทางการวิเคราะห์ระบบเฝ้าระวัง 5 กลุ่มโรค 5 มิติ ปี พ.ศ. 2559. พิมพ์ครั้งที่ 1 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2559 [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ค. 2568]. หน้า 21-7. สืบค้นจาก: http://thaincd.com/document/file/download/paper-manual/แนวทางการวิเคราะห์_5_มิติ_5_กลุ่มโรค
กองระบาดวิทยา/สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค. กรมควบคุมโรค เผยอหิวาตกโรคในไทยอยู่ในภาวะปกติ หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้เป็นภาวะฉุกเฉิน เพื่อสร้างความตระหนักและป้องกันการแพร่ระบาด [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2568 [สืบค้นเมื่อ 20 พ.ค. 2568]; สืบค้นจาก: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=49162&deptcode=brc&news_views=137
Howteerakul N, Higginbotham N, Dibley MJ. Antimicrobial use in children under five years with diarrhea in a central region province, Thailand. Southeast Asian J Trop Med Public Health. 2004;35(1):181-7. PMID: 15272767.
Osatakul S, Puetpaiboon A. Appropriate use of empirical antibiotics in acute diarrhoea: a cross-sectional survey in southern Thailand. Ann Trop Paediatr. 2007;27(2):115-22. doi: 10.1179/146532807X192480.
Supcharassaeng S, Suankratay C. Antibiotic prescription for adults with acute diarrhea at King Chulalongkorn Memorial hospital, Thailand. J Med Assoc Thai. 2011;94(5):545-50. PMID: 21675442.
ยุุทธ ไกยวรรณ์์. หลัักการและการใช้้การวิิเคราะห์์การ ถดถอยโลจิิสติิคสำหรัับการวิิจััย. วารสารวิิจััยมหาวิทยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลศรีีวิิชััย [อิินเทอร์์เน็็ต]. 2555 [สืืบค้้นเมื่่อ 20 พ.ค. 2568];4(1):1-12. สืบค้้นจาก: https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1252
คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล. การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบในผู้ป่วยนอกโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน. ใน: ชัยรัตน์ ฉายากุล, พิสนธ์ จงตระกูล, วินัย วนากูล, พาขวัญ ปุณณุปูรต, เพ็ญกาญจน์ กาญจนรัตน์, กิติยศ ยศสมบัติ และคณะ, บรรณาธิการ. คู่มือการดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล. พิมพ์ครั้งที่ 1 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข; 2558 [สืบค้นเมื่อ 20 พ.ค. 2568]. หน้า 89-90. สืบค้นจาก: https://ndp.fda.moph.go.th/rational-drug-use/rdu-manual
สุภัคษา วาดพิมาย, กรแก้ว จันทภาษา, จริงใจ อารีมิตร. ความคิดเห็นของแพทย์ต่อการปฏิบัติตามนโยบายการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล: กรณีศึกษาจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารเภสัชกรรมไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้นเมื่อ 19 ส.ค. 2568];12(1):114-27. สืบค้นจาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TJPP/article/view/195040
ปวีณา ปานท้วม, ดารณี เชี่ยวชาญธนกิจ. ผลการสำรวจความคิดเห็นของแพทย์ผู้สั่งใช้ยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันของโรงพยาบาลรัฐในจังหวัดตาก. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [สืบค้นเมื่อ 10 ต.ค. 2568];35(2):133-46. สืบค้นจาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJHP/article/view/271327
World Health Organization. The Treatment of diarrhoea: a manual for physicians and other senior health workers. 4th rev. Geneva: World Health Organization; 2005 [cited 2025 Oct 14]. Available from: https://iris.who.int/server/api/core/bitstreams/df59ceab-2498-4a64-bd93-ad7566addb4e/content
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารเภสัชกรรมคลินิกทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารเภสัชกรรมคลินิกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอน (Creative Commons License: CC) โดย ต้องแสดงที่มาจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลง, Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข และบุคลากรในกองฯ หรือ ชมรมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

