ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับโรคปริทันต์ของกลุ่มวัยทำงาน อายุ 35-44 ปี ในประเทศไทย
คำสำคัญ:
โรคเหงือกอักเสบ , โรคปริทันต์อักเสบ , วัยทำงาน , การสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากบทคัดย่อ
โรคปริทันต์เป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่สำคัญในกลุ่มวัยทำงาน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะนำไปสู่การสูญเสียฟันในวัยสูงอายุ และส่งผลถึงคุณภาพชีวิต การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคปริทันต์ในวัยทำงาน โดยใช้ข้อมูลกลุ่มตัวอย่างอายุ 35-44 ปี จำนวน 3,670 คน จากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติการถดถอยโลจิสติกพหุกลุ่ม (multinomial logistic regression) กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ p < 0.05 ผลการศึกษาพบว่า อาชีพเกษตรกรมีโอกาสเกิดโรคเหงือกอักเสบมากกว่าอาชีพกลุ่มข้าราชการ 2.00 เท่า (ORadj = 2.00, 95% CI: 1.45-2.7, p < 0.001) และมีโอกาสเกิดโรคปริทันต์อักเสบมากกว่าอาชีพกลุ่มข้าราชการ 2.07 เท่า (ORadj = 2.07, 95% CI: 1.47-2.91, p < 0.001) กลุ่มที่ไม่มีรายได้ ได้แก่ นิสิตนักศึกษา แม่บ้าน ผู้ที่ว่างงาน พระสงฆ์หรือผู้พิการมีโอกาสเกิดโรคปริทันต์อักเสบมากกว่าอาชีพกลุ่มข้าราชการ 1.76 เท่า (ORadj = 1.76 95% CI: 1.08-2.85, p = 0.023) นอกจากนี้ พฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ การไม่ใช้ไหมขัดฟัน การสูบบุหรี่ และการไม่เข้ารับบริการทันตกรรมในรอบปีที่ผ่านมา ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเกิดโรคปริทันต์ ผลการศึกษาในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มแรงงานนอกระบบ เช่น เกษตรกร ได้แก่ กลุ่มอาชีพรับจ้างทั่วไป/คนขับรถรับจ้าง และกลุ่มที่ไม่มีรายได้ ได้แก่ นิสิตนักศึกษา แม่บ้าน ผู้ที่ว่างงาน พระสงฆ์หรือผู้พิการ มีแนวโน้มพบโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์อักเสบมากกว่ากลุ่มข้าราชการ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการให้ความสำคัญกับกลุ่มประชากรที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการส่งเสริมและป้องกันโรคในช่องปาก ดังนั้นข้อเสนอเชิงนโยบาย ควรมีมาตรการที่ชัดเจนในการส่งเสริมและป้องกันโรคในช่องปากที่ส่งตรงไปยังกลุ่มแรงงานนอกระบบและกลุ่มที่ไม่มีรายได้ เพิ่มการเข้าถึงบริการทันตกรรมเชิงรุก ทั้งนี้ควรพิจารณาถึงกลไกการบริการที่สะดวกและสอดคล้องกับบริบทของกลุ่มแรงงานนอกระบบและกลุ่มไม่มีรายได้
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กรมอนามัย

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
