ผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2560-2569 ในระยะครึ่งแผน (พ.ศ. 2564)

ผู้แต่ง

  • ปิยะรัตน์ เอี่ยมคง สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย
  • ศุภรานันท์ ยุทธโกวิท สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย

คำสำคัญ:

การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น , ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น , การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์, การส่งเสริมสุขภาพช่องปากในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น

บทคัดย่อ

 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2560-2569 ในระยะครึ่งแผน (พ.ศ. 2564) โดยศึกษาการรับรู้และการเข้าถึงสิทธิของวัยรุ่น ความคิดเห็นของคณะอนุกรรมการฯ ระดับจังหวัด และประเมินผลการดำเนินงานจัดบริการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น ใช้รูปแบบการวิจัยแบบวิธีผสานวิธี (Mixed Methods Research) ตามกรอบแนวคิด CIPP Model สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนใน 6 จังหวัด ผลการศึกษาพบว่า อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี และ 15-19 ปี เท่ากับ 0.9 และ 24.4 ต่อพันตามลำดับ วัยรุ่นร้อยละ 66.6 ทราบเรื่องการบังคับใช้พระราชบัญญัติฯ ผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก วัยรุ่นร้อยละ 77.9 ยังไม่เคยได้รับบริการสุขภาพทางเพศจากบุคลากรสาธารณสุข การรับรู้และความคิดเห็นของคณะอนุกรรมการฯ ส่วนใหญ่เห็นว่าปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีความสำคัญระดับมาก และยุทธศาสตร์ฯ ประสบความสำเร็จในระดับสูง ปัญหาอุปสรรคสำคัญคือความไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯระดับจังหวัด การขาดข้อมูลเชิงลึกในระดับพื้นที่ และงบประมาณไม่เพียงพอ โดยมีตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์ร้อยละ 83.3 สำหรับด้านทันตสาธารณสุขพบว่าวัยรุ่นเข้าถึงบริการต่ำเนื่องจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยต่อทารก และขาดการเชื่อมโยงระบบนัดหมายระหว่างงานฝากครรภ์กับงานทันตกรรม ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ หน่วยงานเจ้าภาพทุกยุทธศาสตร์ควรเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ให้แก่คณะอนุกรรมการฯระดับจังหวัด การเร่งจัดการระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน และเร่งรัดพัฒนาเครื่องมือการเก็บข้อมูลตัวชี้วัดสำหรับใช้เก็บข้อมูลระดับจังหวัด ส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากร และพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่เป็นมิตร (YFHS) ให้ครอบคลุมทั้งงานทันตกรรมและการคุมกำเนิดเพื่อลดปัญหาการเข้าถึงบริการของวัยรุ่น

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-29

ฉบับ

บท

Original Articles (บทวิทยาการ)