พัฒนารูปแบบการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพด้วยหลัก 4D ของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ : กรณีศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ผู้แต่ง

  • จันทิรา นันทมงคลชัย สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กรมอนามัย
  • ปาริชาต ชรากาหมุด โรงพยาบาลเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด
  • กรรณิการ์ เจริญจิตร สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กรมอนามัย
  • ณิฌารี อิติอินทร์ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กรมอนามัย

คำสำคัญ:

พัฒนารูปแบบ , การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ, เด็กก่อนวัยเรียน , มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ

บทคัดย่อ

       การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนารูปแบบและประเมินผลรูปแบบการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพด้วยหลัก 4D ของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ กรณีศึกษาชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ดำเนินการวิจัยปฏิบัติการเป็น 2 วงรอบกลุ่มตัวอย่าง วงรอบที่ 1 ประกอบด้วยครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ผู้นำชุมชน บุคลากรสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุข และผู้ปกครอง จำนวน 30 คน วงรอบที่ 2 คือครูผู้ดูแลเด็กก่อนวัยเรียนจำนวน 30 คน การวิจัยแต่ละวงรอบประกอบด้วย 4 ระยะ 1) ระยะวางแผน 2) ระยะดำเนินการ
3) ระยะสังเกตและประเมินการปฏิบัติ และ 4) ระยะทบทวนและสะท้อนการปฏิบัติ ระยะเวลาการดำเนินงาน ระหว่างเดือน กันยายน 2566 – กุมภาพันธ์ 2567 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ประเมินผลรูปแบบโดยเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้ของครูผู้ดูแลเด็ก ก่อน และหลังการทดลองใช้รูปแบบฯ 1 สัปดาห์ และระยะติดตาม 12 สัปดาห์ด้วยสถิติ paired- t test ผลการวิจัยพบว่า การปฏิบัติการวงรอบที่1 ได้ร่างรูปแบบฯ และนำมาพัฒนาเพิ่มเติมในการปฏิบัติการวงรอบที่ 2 ได้รูปแบบการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพด้วยหลัก 4D ของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน  1) การศึกษาสถานการณ์และบริบทพื้นที่ 2) การประเมินการดำเนินงาน 3) การพัฒนาศักยภาพครูผู้ดูแลเด็กในการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ 4D 4) ทดสอบความรู้ครูผู้ดูแลเด็ก 5) การติดตามประเมินผล และประเมินผลรูปแบบฯโดยเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้ของครูผู้ดูแลเด็ก ก่อน หลังทดลองใช้รูปแบบ 1 สัปดาห์ และระยะติดตาม 12 สัปดาห์ พบว่าคะแนนเฉลี่ยความรู้หลังการทดลองใช้รูปแบบ 1 สัปดาห์ สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และหลังการทดลองใช้รูปแบบ 1 สัปดาห์ กับระยะติดตาม 12 สัปดาห์ ไม่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นทำให้ครูผู้ดูแลเด็กมีความรู้มากขึ้น และเมื่อติดตามต่อเนื่องความรู้ยังคงอยู่อย่างต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพด้วยหลัก 4D เชื่อมโยงกับกิจกรรมปกติ และมีแนวโน้มดีขึ้น รูปแบบนี้สามารถนำไปใช้ในการเตรียมความพร้อมเด็กปฐมวัยด้านสุขภาพด้วยหลัก 4D ตามมาตรฐาน
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-23

ฉบับ

บท

Original Articles (บทวิทยาการ)