การประเมินความคุ้มค่าของการใช้ยา ต้านไวรัสสูตรยา 3 ตัวเป็นสูตรมาตรฐาน ของการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี จากแม่สู่ลูกในประเทศไทย
คำสำคัญ:
การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก, ยาต้านไวรัส, เชื้อเอชไอวี, ยาสูตรสามตัวบทคัดย่อ
ปัจจุบันประทศไทยมีแนวทางการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ถูก โดยหญิงดั้งครรภ์ที่มีระดับ CD4 > 200 ตัว/มม.3 ให้ zidovudine-AZT ร่วมกับ nevirapine เม็ดเดียว (single-dose NVP, sd-NVP) แต่การให้ sd-NVP อาจทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อต่อ NVP และยาอื่นในกลุ่มเดียวกันได้ ในขณะที่หลายประเทศใช้ยาสูตร 3 ตัว ซึ่งให้ผลลัพธ์ในการป้องกันดีกว่า และช่วยลดปัญหาเชื้อดื้อยา แต่ยาสูตร 3 ตัวมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า ดังนั้นจึงต้องการประเมินความคุ้มค่าของการให้ยาสูตร 3 ตัวคือ zidovudine lamivudine และefavirenz (AZT+3TC+EFV) และ zidovudine lamivudine และ boosted lopinavir (AZT+3TC+LPV/T) เปรียบเทียบกับ AZT+sd-NVP โดยใช้แบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ โดยพิจารณา ต้นทุนกับประสิทธิผลที่เกิดขึ้น ในมุมมองผู้ให้บริการ โดยต้นทุนรวมทั้งหมดมาจาก 4 ส่วน คือ ต้นทุนของโครงการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก ต้นทุนการรักษาเด็กที่ติดเชื้อ ต้นทุนการรักษาเด็กคลอดก่อนกำหนด และต้นทุนยาด้านไวรัสกรณีแม่ดือขา พบว่าการให้ AZT+sd-NVP มีต้นทุนโครงการฯ ดำสุด รอง ลงมาได้แก่ AZT+3TC+EFV และ AZT+3TC+LPV/r ตามลำดับ แต่ AZT+sd-NVP มีต้นทุนที่เกิดขึ้นภายหลังการรักษามารดาที่มีเชื้อคื้อต่อขาด้านไวรัสสูงสุด และเมื่อพิจารณาต้นทุนรวมทั้งหมดพบว่า AZT+3TC+EFV มีต้นทุนต่ำสุด โดยยาสูตร 3 ตัวจึงมีต้นทุนรวมทั้งหมดที่ต่ำกว่า AZT+sd-NVP และมีประสิทธิผลมากกว่า จึงมีความคุ้มค่ามาก โดย AZT+3TC+EFV มีความคุ้มค่ามากที่สุด ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนการให้ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกจากสูตร AZT+sd-NVP เป็นยาสูตร 3 ตัว เนื่องจากมีต้นทุนที่ถูกกว่าและสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ดีกว่า
Downloads
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารวิชาการสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

