การบาดเจ็บ และการเสียชีวิต ภายหลังการเกิด อุบัติเหตุทางเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยาน นานาชาติภูเก็ต วันที่ 16 กันยายน 2550

ผู้แต่ง

  • เอนก มุ่งอ้อมกลาง สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • ณัฐกานต์ ไวยเนตร สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • พล.ต.ต. ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย
  • อมรรัตน์ ชุตินันทกุล สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • ชูพงศ์ แสงสว่าง สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • ธราวิทย์ อุปพงษ์ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • อนงค์ แสงจันทร์ทิพย์ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • ปภานิจ สวงโท สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • กรรณิกา สุวรรณา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • นันทพร กลิ่นจันทร์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • ชนวีร์ กรีมละ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กระทรวงสาธารณสุข
  • โสภณ เอี่ยมศิริถาวร สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

คำสำคัญ:

การสอบสวน, เครื่องบินตก, การบาดเจ็บ, กระดูกสันหลังหัก

บทคัดย่อ

ในรอบ 10 ปี ของการเกิดอุบัติเหตุทางเครื่องบินในประเทศไทย นับว่าเป็นเหตุการณ์ ครั้ง 2 ที่มีการบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก จึงได้ศึกษาลักษณะของการบาดเจ็บและเสียชีวิตหลังเกิดเหตุการณ์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการโด้ตอบภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการทบทวน บันทึกทางการแพทย์ (ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เวชระเบียน และข้อมูลชันสูตรพลิกศพ) คู่มือและแผนปฏิบัติการได้ตอบต่อภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ของท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ร่วมกับสัมภาษณ์ตัวแทนเจ้า หน้าที่กู้ภัยของท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต อาสาสมัครกู้ภัยของมูลนิธิต่าง ๆ ผู้บาดเจ็บในโรงพยาบาล และ ชันสูตรพลิกศพเพื่อสังเคราะห์และเชื่อมโยงเหตุการณ์จากทุกแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับอุปสรรคและข้อผิดพลาดต่าง ๆ

การศึกษาพบว่าครื่องบินรุ่น MD 82 บรรจุผู้โดยสารและลูกเรือ 130 คน ได้เกิดอุบัติเหตุขณะร่อนลงจอด ณ ท่าอากาศยานฯภูเก็ต ทำให้มีผู้เสียชีวิตร้อยละ 68.5 โดยส่วนใหญ่เกิดจากถูกของแข็งกระแทก บริเวณ ศีรษะ (37.1%) บริเวณช่องท้องและทรวงอก (14.1%) กระดูกค้นคอหัก (10.1%) ปัจจัยอื่น ๆ จากไฟไหม้ (19.1%) ขาดอากาศหายใจ (11.2%) และไม่ทราบข้อมูล (7.9%) ส่วนผู้บาดเจ็บมีอาการรุนแรงร้อยละ 65.9 (27/41) ในจำนวนนี้มีกระดูกสันหลังหักร่วม (51.9%) โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ T, -L, (71.0%6) พบอุปสรรค ต่อการนั่งในท่าทางที่ดีที่สุดในกรณีลงจอดฉุกเฉิน จากระยะห่างระหว่างแถวของที่นั่งไม่เหมาะสม ส่วนการลำเลียงผู้บาดเจ็บจากท่าอากาศยานฯถึงโรงพยาบาลโดยรถลีมูชืนมีร้อยละ 63.4 (26/41) และมีปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารขณะเกิดเหตุการณ์ที่ฝนตกหนัก การช่วยผู้บาดเจี้บจากซากเครื่องบินในระยะแรก บทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครหน่วยกู้ภัย การคัดแยกผู้บาดเจ็บ การเคลื่อนย้าย เหตุการณ์ชุลมุนไม่สามารถควบคุมหรือสั่งการได้รวดเร็ว ส่งผลทำให้ขบวนการช่วยเหลือในเหตุการณ์จริงไม่สอดคล้องกับคู่มือปฏิบัติการซ้อมแผน ที่มีการซ้อมก่อนเกิดอุบัติเหตุ 10 วัน โดยสรุป กลไกการบาดเจ็บและเสียชีวิตอาจเกี่ยวเนื้องกับแรงกระชากในแนวราบ จึงพบลักษณะการเจ็บที่กระดูกสันหลังในระดับเอวเป็นส่วนใหญ่ และอาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มีการเสีย ชีวิตจากการถูกของแข็งกระแทกบริเวณศีรษะและกระดูกต้นคอหัก ปัญหาการสื่อสารระหว่างหน่วยงานเป็น อุปสรรคสำคัญในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ดังนั้นการซ้อมแผนควรเน้นปฏิบัติเพื่อนำไปใช้จริงจากเหตุการณ์จำลองที่มีความหลายหลาย และต้องลดอุปสรรคในการสื่อสาร ซึ่งจะทำให้ประสบผลสำเร็จในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ดีขึ้น

Downloads

Download data is not yet available.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-01-03

วิธีการอ้างอิง

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดจากผู้แต่งเรื่องนี้