การพัฒนารูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมต่อเนื่องที่บ้านในการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง เครือข่ายบริการปฐมภูมิโรงพยาบาลหาดใหญ่
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบ, ต่อเนื่องที่บ้าน, ผู้ป่วยระยะท้าย, การบริบาลทางเภสัชกรรมบทคัดย่อ
ความเป็นมา: ผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองที่ได้รับการดูแลที่บ้านมีความจำเป็นต้องได้รับการจัดการยาและการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ระบบบริการสุขภาพในปัจจุบันยังขาดรูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมต่อเนื่องที่บ้านในบริบทของเครือข่ายบริการปฐมภูมิ
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนารูปแบบและศึกษาผลการบริบาลทางเภสัชกรรมต่อเนื่องที่บ้าน
วิธีการวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2568 ประกอบด้วย 2 ระยะ (1) การพัฒนารูปแบบการดูแลผ่านการสนทนากลุ่ม โดยใช้กรอบแนวคิด 6 เสาหลักสุขภาพ และ (2) การประเมินผลการนำรูปแบบไปใช้ในผู้ป่วยระยะท้ายที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ส่วนการเปรียบเทียบอาการรบกวนก่อนและหลังการมีส่วนร่วมของเภสัชกรใช้ paired t-test หรือ Wilcoxon signed-rank test ตามลักษณะการกระจายของข้อมูล ส่วนความพึงพอใจวิเคราะห์เปรียบเทียบก่อนและหลังด้วย paired t-test
ผลการวิจัย: รูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมที่พัฒนาขึ้นช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของการดูแลผู้ป่วยนอกเวลาทำการ และส่งเสริมการเข้าถึงการจัดการอาการตลอด 24 ชั่วโมง โดยอาการปวด อาการหายใจลำบากและเสียงครืดคราดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและเส้นทางการใช้ยา strong opioids ให้เหมาะสมกับสภาวะผู้ป่วยมากขึ้น และคะแนนความพึงพอใจผู้ดูแลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจาก 3.38 + 0.55 เป็น 4.81 ± 0.28 (p-value < 0.001) ในขณะที่ความพึงพอใจของทีมผู้ให้บริการเพิ่มจาก 4.14 ± 0.34 เป็น 4.41 ± 0.57 (p-value > 0.05) แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
สรุปผล: การบูรณาการเภสัชกรปฐมภูมิเข้าสู่ระบบการดูแลแบบประคับประคองที่บ้านผ่านระบบโทรเวชกรรม มีศักยภาพในการปรับปรุงผลลัพธ์ด้านการจัดการอาการ ความปลอดภัยด้านยา และความต่อเนื่องของการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
เอกสารอ้างอิง
Dokmai P, Meemon N, Paek SC, Tayjasanant S. Structure and process of palliative care provision: a nationwide study of public hospitals in Thailand. BMC Health Serv Res. 2021;21(1):616. doi: 10.1186/s12913-021-06623-w.
Nilmanat K. Palliative care in Thailand: Development and challenges. Can Oncol Nurs J. 2016;26(3):262–4. PMID: 31148701.
Geiger J, Enck G, Luciani L, Fudin J, McPherson ML. Evolving roles of palliative care pharmacists. J Pain Symptom Manage. 2022;64(6):e357–61. doi: 10.1016/j.jpainsymman.2022.07.012.
Moody JJ, Poon IO, Braun UK. The role of an inpatient hospice and palliative clinical pharmacist in the interdisciplinary team. Am J Hosp Palliat Care 2022;39(7):856–64. doi: 10.1177/10499091211049401.
Sabrouty RE, Elouadi A, Salifou Karimoune MA. Remote palliative care: a systematic review of effectiveness, accessibility, and patient satisfaction. Int J Adv Comput Sci Appl. 2024;15(5):502–13. doi: 10.14569/IJACSA.2024.0150550.
Cipolle RJ, Strand LM, Morley PC. Pharmaceutical care practice: the patient centered approach to medication management service. 3rd ed. New York: McGraw-Hill; 2012.
Chewaskulyong B, Sapinun L, Downing GM, Intaratat P, Lesperance M, Leautrakul S, et al. Reliability and validity of the Thai translation (Thai PPS adult Suandok) of the palliative performance scale (PPSv2). Palliat Med. 2012;26(8):1034-41. doi: 10.1177/0269216311424633.
Chinda M, Jaturapatporn D, Kirshen AJ, Udomsubpayakul U. Reliability and validity of a Thai version of the Edmonton symptom assessment scale (ESAS-Thai). J Pain-Symptom Manage. 2011;42(6):954-60. doi: 10.1016/j.jpainsymman.2011.02.020.
World Health Organization. Monitoring the building blocks of health systems: a handbook of indicators and their measurement strategies [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2010 [cited 2025 Jan 22]. Available from: https://cdn.who.int/media/docs/default-source/service-availability-and-readinessassessment%28sara%29/related-links-%28sara%29/who_mbhss_2010_cover_toc_web.pdf
Krumm L, Bausewein C, Constanze Rémi. Drug therapy safety in palliative care - pharmaceutical analysis of medication processes in palliative care. Pharmacy (Basel). 2023;11(5):160. doi: 10.3390/pharmacy11050160.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารเภสัชกรรมคลินิกทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารเภสัชกรรมคลินิกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอน (Creative Commons License: CC) โดย ต้องแสดงที่มาจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลง, Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข และบุคลากรในกองฯ หรือ ชมรมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

