ประสิทธิผลโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะและมวลกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันภาวะช่องปากเปราะบางในชมรมผู้สูงอายุ จังหวัดสมุทรปราการ

ผู้แต่ง

  • ณัฐพงค์ กันทะวงค์ สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย
  • ศิวะ ฉิมพลี สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย
  • สโรชา วังทอง สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย
  • ธัญญลักษณ์ แสนลา สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย

คำสำคัญ:

ภาวะช่องปากเปราะบาง , มวลกล้ามเนื้อน้อย , ผู้สูงอายุ

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะและมวลกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันภาวะช่องปากเปราะบางในชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปและเป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการจำนวน 223 คน คัดเลือกพื้นที่และกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบครอบคลุมทุกอำเภอ โปรแกรมฯดำเนินการ 12 สัปดาห์ เก็บข้อมูลก่อนและหลังทดลองโดยใช้แบบสอบถามและการประเมินในสามด้าน คือ 1. ประเมินภาวะโภชนาการใช้ดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว และปริมาณโปรตีนที่รับประทาน 2.ประเมินมวลกล้ามเนื้อและสมรรถภาพทางกายใช้แบบสอบถาม SARC-F, Timed Up and Go test, การทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือ และการทดสอบการลุกนั่ง 5 ครั้ง 3.ประเมินสุขภาพช่องปากใช้ Oral Frailty Index-8, Eating Assessment Tool-10 และ Oral Health Assessment Tool วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและเชิงอนุมาน Paired-sample t-test และ McNemar’s test  ผลการศึกษาพบว่า ความเสี่ยงภาวะช่องปากเปราะบางและภาวะการกลืนลำบากลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังพบว่าสภาวะสุขภาพของลิ้น เหงือก เนื้อเยื่อในช่องปาก น้ำลาย ฟันธรรมชาติ และอาการปวดในช่องปากดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p value <0.05) สำหรับสมรรถภาพของกล้ามเนื้อ ภาวะโภชนาการ ดัชนีมวลกาย และพฤติกรรมการบริโภคโปรตีนแสดงแนวโน้มดีขึ้นแต่การเปลี่ยนแปลงยังไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า โปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะและมวลกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันภาวะช่องปากเปราะบางมีประสิทธิผลในการช่วยลดความเสี่ยงภาวะช่องปากเปราะบาง เสริมสร้างสมรรถนะกล้ามเนื้อและภาวะโภชนาการในผู้สูงอายุได้ สามารถนำไปรูปแบบกิจกรรมไปขยายผลต่อในชมรมหรือโรงเรียนผู้สูงอายุต่อไปในอนาคต

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-22

วิธีการอ้างอิง

ฉบับ

บท

Original Articles (บทวิทยาการ)