ประสิทธิผลของโปรแกรมการสนทนาสร้างแรงจูงใจ ต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิต สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
คำสำคัญ:
โปรแกรมการสนทนาสร้างแรงจูงใจ, โรคเบาหวานชนิดที่ 2 , การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการสนทนาสร้างแรงจูงใจ ต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิต สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับบริการ ณ คลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิต สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กรมอนามัย กรุงเทพมหานคร คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยโปรแกรม G*Power 3.1.9.7 (Effect size 0.80, Power 0.95) ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 70 คน และเพิ่มร้อยละ 10 เพื่อป้องกันการสูญหาย รวมทั้งสิ้น 78 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 39 คน และกลุ่มควบคุม 39 คน สุ่มกลุ่มตัวอย่างเข้ากลุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) ด้วยการจับฉลาก ดำเนินการศึกษาในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง ธันวาคม 2568 กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมฯ รวม 4 ครั้ง (ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย 30 นาที ณ คลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิต และติดตามทางโทรศัพท์ 2 ครั้ง ครั้งละ 5-10 นาที) กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง และค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) โดยใช้สถิติ Paired t-test และ Independent t-test ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มทดลองหลังได้รับโปรแกรมฯ มีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองสูงกว่าก่อนการทดลองและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 113.73 (SD = 6.37) นอกจากนี้ ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ของกลุ่มทดลองลดลงจาก 7.97% เป็น 6.48% ซึ่งมีความแตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ข้อเสนอแนะจากการวิจัย โปรแกรมการสนทนาสร้างแรงจูงใจมีประสิทธิผลอย่างยิ่งในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพและควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ดังนั้นควรมีการบูรณาการโปรแกรมนี้เข้าสู่ระบบบริการปกติ เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กรมอนามัย

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.