ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการฆ่าตัวตายสำเร็จ อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่

ผู้แต่ง

  • Thanyarat Somboon Public Health Technical Officer, Senior Professional Level, Phrae Provincial

บทคัดย่อ

การทำความเข้าใจปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายมีความสำคัญต่อการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อวางแผนการป้องกันและช่วยเหลือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย การวิจัยแบบ Retrospective cohort study นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการฆ่าตัวตายสำเร็จ ในเวชระเบียนผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยตามเกณฑ์ ICD-10 รหัส X60-X84 และเข้ารับการตรวจ รักษาที่โรงพยาบาลวังชิ้น จังหวัดแพร่ ในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ถึง 30 กันยายน 2567 จำนวน 238 คน วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยสถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการ
ฆ่าตัวตายสำเร็จใช้สถิติ Multiple logistic regression กำหนดระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.05

ผลการวิจัยพบว่า มีจำนวนผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 70 คน และพยายามฆ่าตัวตาย 168 คน ปัจจัยทำนายการฆ่าตัวตายสำเร็จ อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ได้แก่ ปัจจัยปกป้อง (อ่อนแอ) เรื่องไม่มีระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือ เพิ่มความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสำเร็จ 14.16 เท่า (95%CI = [3.30-60.80], p = 0.00) เพศชายเพิ่มความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสำเร็จ 13.37 เท่า (95%CI = [4.80-37.26], p = 0.00) การเฝ้าระวังป้องกัน (ล้มเหลว) เพิ่มความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสำเร็จ 11.32 เท่า 11.32 เท่า (95%CI = [2.14-59.91], p = 0.00) เรื่องผิดหวังจากความรัก/หึงหวง เพิ่มความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสำเร็จ 7.03 เท่า (95%CI = [1.10-44.89], p = 0.04)
มีความเครียดจากปัญหาที่ทำงาน เพิ่มความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสำเร็จ 4.03 เท่า (95%CI = [1.13-14.44], p = 0.03) การมีโรคประจำตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสำเร็จ 2.47 เท่า (95%CI = [1.04-5.87], p = 0.04) และมีอายุที่เพิ่มขึ้น 1 ปี เพิ่มความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสำเร็จ 1.04 เท่า (95%CI = [1.01-1.07], p = 0.008) TK โมเดล 5 ปัจจัยของการฆ่าตัวตาย สามารถอธิบายความแปรปรวนของการฆ่าตัวตายสำเร็จ/ไม่สำเร็จได้ ร้อยละ 54.8 ควรพัฒนามาตรการป้องกันการฆ่าตัวตายแบบบูรณาการครอบคลุมระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือน การคัดกรองกลุ่มเสี่ยง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการป้องกันการฆ่าตัวตายสำเร็จ

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-20

วิธีการอ้างอิง