ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อระดับ INR และการพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟาริน ในโรงพยาบาลสูงเม่น จังหวัดแพร่
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้ผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟาริน มีค่า International Normalized Ratio ไม่อยู่ในช่วงเป้าหมาย และเพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยของเภสัชกรในการให้บริบาลทางเภสัชกรรม กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟาริน จำนวน 225 ราย ที่เข้ารับบริการคลินิกวาร์ฟาริน โรงพยาบาลสูงเม่น จังหวัดแพร่ ระหว่างเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 ถึง พฤษภาคม พ.ศ. 2568 การเก็บข้อมูลดำเนินการผ่านการสอบถาม การสนทนากลุ่ม และข้อมูล INR จากระบบ HOSxP วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา
ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่อค่า INR เป็นหลัก ได้แก่ พฤติกรรมการบริโภคอาหาร ความร่วมมือในการรับประทานยา และการใช้ยาร่วมกับยาวาร์ฟารินโดยไม่เหมาะสม ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การหาปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้ป่วยมีค่า INR ไม่อยู่ในช่วงเป้าหมาย การเฝ้าระวังปฏิกิริยาระหว่างยาและอาหาร การให้คำแนะนำด้านยาและโภชนาการเฉพาะรายจากเภสัชกร การติดตามค่า INR อย่างสม่ำเสมอ และการสื่อสารร่วมกับแพทย์
เพื่อปรับขนาดยาอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ร้อยละของผู้ป่วยที่มีค่า INR อยู่ในช่วงเป้าหมายหรือค่า Time in Therapeutic Range เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 42.35 ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 เป็น ร้อยละ 65.58 ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568
ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าการให้คำแนะนำการบริโภคอาหารร่วมกับการให้ยา การบริบาลทางเภสัชกรรมที่เป็นระบบและต่อเนื่องมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมระดับ INR
ได้ดีขึ้น ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากภาวะเลือดออกหรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
เพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยา และส่งเสริมคุณภาพการรักษาโดยรวมของผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟาริน
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Phrae Provincial Public Health Officer

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.