ผลการปฏิบัติทางการพยาบาลแบบ CHEETS ที่มีต่อพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็กกลุ่มอาการดาวน์อายุ 1 ปี 6 เดือน - 5 ปี
คำสำคัญ:
การปฏิบัติทางการพยาบาลแบบ CHEETS, พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว, กลุ่มอาการดาวน์บทคัดย่อ
การส่งเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็กกลุ่มอาการดาวน์ ต้องใช้ระยะเวลานานหลายเดือน และต้องได้รับความรวมมือจากผู้ปกครองในการทำกิจกรรมจึงจะประสบความสำเร็จแต่มักพบปัญหาว่าผู้ปกครองไม่สามารถพาเด็กมารับบริการได้อย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นการวิจัยในครั้งนี้จึงกำหนดระยะเวลาในการทดลองตามความต้องการในการรับบริการของผู้ปกครอง การศึกษานี้ เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อน-หลัง เพื่อประเมินผลการพยาบาลแบบ CHEETS ต่อพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็กกลุ่มอาการดาวน์ และความรู้ของพ่อหรือแม่เด็กกลุ่มอาการดาวน์ กลุ่มตัวอย่าง เป็นเด็กกลุ่มอาการดาวน์อายุ 1 ปี 6 เดือน - 5 ปี และผู้ปกครองที่เข้ารับบริการในสถาบันราชานุกูล ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2554 จำนวน 16 คู่ โดยกัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามอายุของเด็กและความสมัครใจของผู้ปกครอง การพยาบาลแบบ CHEETS คือกิจกรรมการพยาบาลที่พัฒนาขี้น โดยใช้โปรแกรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กแรกเกิด - 5 ปี ของสถาบันราชานุกูลและแนวทางเวชปฏิบัติสถาบันราชานุกูลเรื่องกลุ่มอาการดาวน์ ประกอบด้วย การให้ความรู้แบบกลุ่มแก่พ่อหรือแม่จำนวน 3 ชั่วโมง มีเนื้อหาเกี่ยวกับ chromosome, heart, ears, eyes, thyroid, stimulation หรือ CHEETS และกิจกรรมการส่งเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวเป็นรายบุคคลแก่เด็กกลุ่มอาการดาวน์ วันละ 30 นาที จำนวน 4 วันติดต่อกัน เก็บข้อมูลด้วยแบบประเมินพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวเด็กกลุ่มอาการดาวน์และแบบทดสอบความรู้ของพ่อหรือแม่ ก่อนและหลังการทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลีย ค่าเบียงเบนมาตรฐานและ paired t-test กำหนด p < 0.05 ผลการ ศึกษาเด็กกลุ่มอาการดาวน์มีค่าคะแนนพัฒนาการดีขึ้น (x̄ 55.94,66.81) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และพ่อหรืแม่เด็กกลุ่มอาการดาวน์มีคะแนนความรู้เพิ่มขึ้น(x̄ 5.88 และ 8.94) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปได้ว่า พัฒนาการ ด้านการเคลื่อนไหวของเด็กกลุ่มอาการดาวน์ดีขึ้นเนื่องจากขั้นตอนการส่งเสริมพัฒนาการเน้นการประเมินวางแผนและการสอนเป็นรายบุคคล เหมาะสมกับสภาพปัญหาและรูปแบบการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน และพ่อหรือแม่ของเด็กกลุ่มอาการดาวน์มีความรู้เพิ่มขึ้นเนื่องจากเนื้อหาความรู้เป็นสิ่งที่พ่อหรือแม่ต้องการ และกระบวนการ ถ่ายทอดความรู้แบบมีส่วนร่วมช่วยให้พ่อหรือแม่สามารถเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ซึ่งกันและกันได้
Downloads
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารวิชาการสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

