ต้นทุน และประสิทธิผลของวิธีการคัดกรองโรคเบาหวาน

ผู้แต่ง

  • นิพา ศรีช้าง วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วิโรจน์ เจียมจรัสรังษี ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วิชัย เอกพลากร ศูนย์เวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ศิริเพ็ญ ศุภกาญจนกันติ ศูนย์เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

โรคเบาหวานชนิดที่ 2, การคัดกรอง, แบบสอบถามประเมินปัจจัยเสี่ยง, ต้นทุน

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะ ต้นทุน และต้นทุนต่อการค้นพบเบาหวานรายใหม่ของวิธีการตรวจคัดกรอง 4 แบบ ในการค้นหาบุคคลที่เป็นโรคเบาหวาน การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาในคนอายุ 35-60 ปี ที่ไม่ทราบว่าเป็นโรคเบาหวานมาก่อน อาสาสมัครทุกคนตอบแบบสอบถามการตรวจคัดกรองทุกแบบและตามด้วยการตรวจน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (FPG) สำหรับผู้ที่ให้ผลบวกจากแบบสอบถาม โดยใช้การตรวจน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารทุกคนเป็นวิธีการอ้างอิงเพื่อเปรียบเทียบวิธีการตรวจคัดกรองทุกแบบการวิเคราะห์ต้นทุนและสมรรถนะ ในการตรวจคัดกรองเพียงรอบเดียว ทั้งมุมมองของสังคม และ มุมมองของหน่วยบริการสุขภาพ ผลการศึกษาพบว่า วิธีการตรวจคัดกรองในเพศชาย และเพศหญิง มีความไวสูงถึง สูงมาก (92-100% และ 44-94% ตามลำดับ) ขณะที่มีความจำเพาะต่ำถึงปานกลาง (21-48% และ 32-58%ตามลำดับ) ต้นทุนรวมของวิธีการตรวจคัดกรองเบาหวานแบบที่ 3 และ แบบคัดกรองที่ 2 ซึ่งมีประสิทธิภาพ สูงที่สุดในเพศชาย และเพศหญิง คือ 196,157 และ 202.275 บาทต่อการคัดกรอง 1,000 คน ตามลำดับ และ ต้นทุนต่อการค้นพบเบาหวานรายใหม่ 1 ราย เป็นเงิน 12,260 - 14,516 (ชาย) และ 23,526-45,244 บาท (หญิง) จากมุมมองของสังคม และ 5,816-7,200 และ 11,048-21,003 บาท/ราย ตามลำดับ จากมุมมองของหน่วยบริการสุขภาพ ดังนั้น วิธีการตรวจคัดกรองแบบที่ 3 ซึ่งใช้หลักการของวิชัย เอกพลากร และคณะและวิธีการคัดกรองแบบที่ 2 ซึ่งใช้หลักของกระทรวงสาธารณสุข มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดและรองลงมา

Downloads

Download data is not yet available.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-12-27

วิธีการอ้างอิง

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดจากผู้แต่งเรื่องนี้