ระบบบริการสุขภาพในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เรียนรู้อะไรจากข้อมูลเชิงปริมาณของโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า
คำสำคัญ:
การระบาดโรคโควิด-19 (COVID-19), สายพันธุ์เดลต้า, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ระบบบริการสุขภาพ, การเรียนรู้บทคัดย่อ
การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า เริ่มก่อปัญหาท้าทายระบบบริการสุขภาพเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก่อนระบาดไปทั่วประเทศ การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การระบาดและการรับบริการสุขภาพจากระบบฐานข้อมูลที่ออกแบบเพื่อการบริหารจัดการในสถานการณ์โควิด โดยการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ จากฐานข้อมูลเพื่อบริหารจัดการการติดเชื้อ Co-Lab และการบริหารเตียง Co-ward จำนวน 2 ฐาน จากปลายเดือนมีนาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2564 ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ พบความต่างของจำนวนการติดเชื้อในฐานข้อมูล C0-Lab และ Co-Ward เนื่องจากวัตถุประสงค์ต่างกัน ฐานข้อมูล Co-Ward สามารถคำนวณอัตราติดเชื้อพบว่าสมุทสาคารมีอัตราติดเชื้อสูงสุดมากกว่ากรุงเทพมหานครกว่าสองเท่า ฐานข้อมูล Co-Ward รายงานจำนวนเตียงทั่วประเทศจำนวน 154,942 เตียง เป็นเตียงในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 14 และเมื่อรวมเตียงในกรุงเทพมหานครกับปริมณฑล มีสัดส่วนเตียงเพิ่มเป็นร้อยละ 23 ของเตียงทั้งหมด การครองเตียงวิกฤตสูงที่สุดเริ่มที่กรุงเทพมหานคร สูงขึ้นในสัปดาห์ที่ 18 และพบการรายงานผู้ป่วย cohort ICU ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 17 และมีเตียงวิกฤตสูงสุดในสัปดาห์ที่ 34 ที่มากกว่า 400 เตียง/สัปดาห์ (หรือ 57 เตียง/วัน) สมุทรสาครวิกฤตในระยะเวลาไล่เลี่ยกับกรุงเทพมหานคร มีสัดส่วนเตียงจากเอกชนสูง มีภาระที่ต้องใช้เตียงมากที่สุด สถานการณ์วิกฤตในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทำให้เกิดรูปแบบการบริการใหม่ในชุมชนเพื่อให้โรงพยาบาลสามารถรับมือกับผู้ป่วยอาการรุนแรงได้ ระบบฐานข้อมูลที่พัฒนากว่าจะเกิดประโยชน์ในการบริหารสถานการณ์รายวันต้องมีการทวนสอบเพื่อใช้งานจริง กฎหมายและแนวทางเวชปฏิบัติต้องปรับให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของเชื้อ และบริการสุขภาพที่สมดุลเกี่ยวข้องกับภาพรวมของระบบ
Downloads
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 กระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

