การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรมในหอผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบการดูแล, ผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม , แนวคิด FAST HUGบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม ในหอผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม และเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ทางคลินิกผู้ป่วยหนัก ก่อนและหลังพัฒนารูปแบบ ดำเนินการ 2 ระยะ กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพ 16 คน ผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม 192 คน เลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยได้แก่ (1) รูปแบบการดูแลผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม (2) แบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วย และ (3) แบบบันทึกข้อมูลผลลัพธ์ทางคลินิก วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้ความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ independent sample t-test, Fisher’s exact test ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการดูแลผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรมที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ที่เรียกว่า “CARE Model” ประกอบด้วย (1) C: Care team จัดตั้งทีมผู้ดูแลผู้ป่วย (2) A: Activity การจัดกิจกรรมการพยาบาลให้การดูแลตาม FAST HUG (3) R: Review ทบทวนการใช้แนวทาง FAST HUG ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม และการบันทึกผลกระบวนการทำงานตามแนวทาง (4) E: Evaluation การประเมินติดตามผลลัพธ์ทางคลินิกทุก 1 เดือน สะท้อนผลการประเมินกลับไปยังทีมเพื่อปรับปรุงคุณภาพการดูแลอย่างต่อเนื่อง และประเมินผลลัพธ์การดูแล ส่วนผลการเปรียบเทียบผลลัพธ์ทางคลินิกก่อนและหลังพัฒนารูปแบบ พบว่า ภายหลังใช้รูปแบบการดูแลผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม อุบัติการณ์ผู้ป่วยดึงท่อช่วยหายใจ อัตราการเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ อุบัติการณ์การเกิดภาวะสับสนเฉียบพลัน ระยะเวลาในการหย่าเครื่องช่วยหายใจ และจำนวนวันนอนในหอผู้ป่วยหนัก ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เมื่อเทียบกับก่อนการพัฒนารูปแบบ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Gooch RA, Kahn JM. ICU bed supply, utilization, and health care spending: an example of demand elasticity. JAMA 2014;311(6):567-8.
ดูวังกมล เอี้ยวเรืองสุรัติ, พัฒน์ ก่อรัตนคุณ. อายุรศาสตร์สงขลานครินทร์ เล่ม 1 การดูแลผู้ป่วยวิกฤตและฉุกเฉินทางอายุรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: สหพัฒนการพิมพ์; 2562.
กัญจนา ปุกคำ, ธารทิพย์ วิเศษธารถ. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมโดยใช้แนวทาง FAST HUG. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2559;25(1):116-27.
Armahizer MJ, Benedict NJ. FAST HUG: ICU prophylaxis. Am J Health Syst Pharm 2021;35:1-11.
วิจิตรา กุสุมภ์. การพยาบาลผู้ป่วยภาวะวิกฤต: แบบองค์รวม. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร: พีเคเค พริ้นติ้ง; 2565.
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม. Hospital profile โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม ปี 2565. อุบลราชธานี: โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม; 2565.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข (พ.ศ. 2560-2579). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2561.
Vincent WR, Hatton KW. Critically ill patients need “FAST HUGS BID” (an updated mnemonic). Crit Care Med 2009;37(7):2326-37.
วิลาวรรณ เมืองอินทร์, บุษบา อัครวันสกุล, มยุรี พรหมรินทร์, มยุรฉัตร ด้วงนคร, นงเยาว์ มงคลอิทธิเวช. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยวิกฤตโดยใช้แนวคิด FAST HUGS BID ในหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรมและศัลยกรรม โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์. วารสารพยาบาล 2564;48(4): 308-23.
Magnan GB, Vargas RS, Lins LF. FAST HUG in an ICU at a private hospital in Brasília: checklist and the eighth evaluation item. Crit Care 2009;13(Suppl 3):1-9.
Nair AS, Naik VM, Rayani BK. FAST HUGS BID: modified mnemonic for surgical patient. Indian J Crit Care Med 2017;21(10):713-4.
Papadimos TJ, Hensley SJ, Duggan JM, Khuder SA, Borst MJ, Fath JJ, et al. Implementation of the “FAST HUG” concept decreases the incidence of ventilator-associated pneumonia in a surgical intensive care unit. Patient Saf Surg 2008;2:3.
ดรุณี ไชยวงศ์, ชนกพร อุตตะมะ, ปาริชาติ ขันธรักษ์, บังอร เขื่อนคำ, ปราณี เมธาภรณ์. ผลการดูแลผู้ป่วยวิกฤตตามแนวคิด FAST HUG และ BANDAIDS ในหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลนครพิงค์. วารสารสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ 2565;29(2):32-50.
ประภา แก้วพวง, นฤมล จันทร์สุข. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรม โดยใช้แนวทาง FAST HUGS BID. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ 2565;10(1):321-36.
กาญจนา เหลี่ยมไตร, นรลักษณ์ เอื้อพงษ์พาณิชย์, เสาวลักษณ์ ไวพรรณี, กฤติกา บุญมาก. ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งวิกฤตศัลยกรรม ด้วยการประยุกต์ใช้แนวคิด FAST HUGS BID. กรุงเทพมหานคร: สถาบันมะเร็งแห่งชาติ; 2565.
บงกช ปัสสา, ณัติยา พรหมสาขา ณ สกลนคร, อรอุมา แก้วเกิด. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรงในผู้ใหญ่ โดยแบบประเมิน FAST HUG และ SBAR ในหอผู้ป่วยหนักระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลสกลนคร. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร 2565;25(3):85-98.
Stevens KR. Essential competencies for evidence-based practice in nursing. 2nd ed. San Antonio: Academic Center for Evidence–Based Practice (ACE), University of Texas Health Science Center; 2009.
Joanna Briggs Institute. The Joanna Briggs Institute EBP database guide. Adelaide: Joanna Briggs Institute; 2016.
Gusmao-Flores D, Salluh JI, Chalhub RÁ, Quarantini LC. The confusion assessment method for the intensive care unit and intensive care delirium screening checklist for the diagnosis of delirium: a systematic review and meta-analysis of clinical studies. Crit Care 2012; 16(4):R115.
อรัญญา ศรีหาวงษ์. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลในการป้องกันภาวะสับสนเฉียบพลันของผู้ป่วยวิกฤต. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน 2565;8(2):460-70.
Elke G, van Zanten AR, Lemieux M, McCall M, Jeejeebhoy KN, Kott M, et al. Enteral versus parenteral nutrition in critically ill patients: an updated systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Crit Care 2016;20(1):1-4.
สมาคมผู้ให้อาหารทางหลอดเลือดดำและทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย. คำแนะนำการให้อาหารทางหลอดเลือดดำในผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่นอนโรงพยาบาล พ.ศ. 2562. กรุงเทพมหานคร: สมาคมผู้ให้อาหารทางหลอดเลือดดำและทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย; 2562.
Becker D, Kaplow R, Muenzen PM, Hartigan C. Activities performed by acute and critical care advanced practice nurses: American Association of Critical-Care Nurses study of practice. Am J Crit Care 2006;15(2):130-48.
American Diabetes Association Professional Practice Committee. Glycemic targets: standards of medical care in diabetes—2022. Diabetes Care 2022;45(Suppl 1):S83-96.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. ศาสตร์การนำ (ผลวิจัย) สู่การปฏิบัติ. การประชุมสัมมนางานวิจัยจิตพฤติกรรมศาสตร์ด้านระบบพฤติกรรมไทย เรื่อง พลังคุณธรรม จริยธรรม นำแก้ไขวิกฤตชาติ; 13-14 มิ.ย. 2562; โรงแรมรามาการ์เดนส์, กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; 2562.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 กระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

