การประเมินผลยุทธศาสตร์เพื่อลดการเสียชีวิตของมารดา จากการติดเชื้อโควิด-19 ในเขตสุขภาพที่ 12

ผู้แต่ง

  • เริงฤทัย หลีเส็น ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
  • นัจญ์มะฮ์ เลิศอริยะพงษ์กุล ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
  • จิตเกษม สุวรรณรัฐ สาขาวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทรินทร์ https://orcid.org/0000-0001-8634-2359
  • สุธรรม ปิ่นเจริญ สาขาวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทรินทร์
  • กรัณฑรัตน์ ปิยนันท์จรัสศรี สาขาวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทรินทร์
  • ธนพันธ์ ชูบุญ สาขาวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทรินทร์
  • ปัญญ์ชลี แก่นเมือง สาขาวิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คำสำคัญ:

อัตราการป่วยตาย, มารดาเสียชีวิต, โควิด-19, ยุทธศาสตร์

บทคัดย่อ

ในช่วงที่เริ่มมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 มารดาที่ติดเชื้อในเขตสุขภาพที่ 12 มีอัตราการป่วยตายสูงมาก จึงมีการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อลดการเสียชีวิตของมารดาอย่างเร่งด่วน การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อลดการเสียชีวิตของมารดาจากการติดเชื้อโควิด-19 ในเขตสุขภาพที่ 12 เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากฐานข้อมูลซึ่งพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ทีมสาขาวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา สำนักงานเขตสุขภาพที่ 12 และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 12 ระหว่างเดือนเมษายน 2564 ถึง เดือนมีนาคม 2565 จาการประชุมตกลงร่วมกันของคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก เขตสุขภาพที่12 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการลดการเสียชีวิตของมารดา 3 ข้อ คือ (1) การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในหญิงตั้งครรภ์ให้ครอบคลุมมากที่สุด (2) จัดระบบการวินิจฉัยและรักษาให้เร็วที่สุดที่จุดแรกรับในชุมชนและส่งต่อการรักษาอย่างรวดเร็วตามศักยภาพ และ (3) การสร้างฐานข้อมูลมารดาติดเชื้อโควิด-19 เพื่อสร้างสารสนเทศสำหรับการเฝ้าระวังและปรับแผนปฏิบัติการ จากนั้นมีการจัดทำแผนปฏิบัติการ ดำเนินการตามแผน และติดตามประเมินผลหลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ผลการศึกษาพบว่า มีมารดาติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1,818 ราย เสียชีวิต 20 ราย โดยจำนวนมารดาเสียชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังมีการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในช่วงใกล้สิ้นสุดการศึกษา ซึ่งเป็น 2 เดือนสุดท้าย (กุมภาพันธ์-มีนาคม 2565) ไม่มีรายงานมารดาเสียชีวิตเลย และเมื่อเปรียบเทียบในช่วงก่อน (เมษายน ถึงกันยายน 2564) และหลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ (ตุลาคม 2564 ถึงมีนาคม 2565) โดยใช้การทดสอบไคสแควร์ พบว่า ผลลัพธ์ต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ อัตราการได้รับวัดซีนโควิด-19 เพิ่มขึ้น จากร้อยละ 24.7 เป็นร้อยละ 48.8 (p<0.05) อัตราการได้รับยาต้านไวรัส remdesivir เพิ่มขึ้น จากร้อยละ 14.3 เป็น 19.8 (p<0.05) ในขณะที่อัตราการป่วยตายของมารดาจากการติดเชื้อโควิด-19 ลดลงอย่างชัดเจน จากร้อยละ 2.2 เหลือเพียงร้อยละ 0.5 (p<0.05) และอัตราการเกิดปอดอักเสบลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 7.3 เหลือร้อยละ 3.7 (p<0.05) ดังนั้น การดำเนินการตามยุทธศาสตร์มีประสิทธิภาพ สามารถลลดอัตราการป่วยตายของมารดาจากการติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างมีนัยสำคัญ ยุทธศาสตร์นี้น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาโรคอุบัติใหม่อื่น ๆ ในอนาคตได้

Downloads

Download data is not yet available.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-10-31

วิธีการอ้างอิง