ผลของการใช้แนวคิดเชิงออกแบบ ในการปรับปรุงระบบการจ่ายยาผู้ป่วยใน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการ ศึกษาในโรงพยาบาลลำปาง
คำสำคัญ:
แนวคิดเชิงออกแบบ , ระบบจ่ายยาผู้ป่วยใน , เภสัชกรรมบทคัดย่อ
ปัจจุบัน ระบบการจ่ายยาของห้องจ่ายยาผู้ป่วยในเพื่อส่งยาไปยังหอผู้ป่วย ใช้เวลามาก หอผู้ป่วยได้รับยาช้า ทำให้ผู้ปฏิบัติงานต้องทำงานล่วงเวลา ส่งผลต่อชีวิตประจำวันและครอบครัว จึงนำแนวคิดเชิงออกแบบ หรือ Design Thinking มาเป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบ การศึกษาแบบตัดขวาง (cross sectional study) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้แนวคิดเชิงออกแบบในการปรับระบบการทำงาน ห้องจ่ายยาผู้ป่วยใน เก็บข้อมูลในวันเวลาราชการ ช่วงที่ 1 ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เพื่อวิเคราะห์ระบบ ศึกษาความต้องการที่แท้จริงของผู้ปฏิบัติงาน ออกแบบปรับปรุงกระบวนการ ช่วงที่ 2 ระหว่างเดือน มิถุนายน - กันยายน พ.ศ. 2565 เป็นการทดลองใช้ระบบ ศึกษาประสิทธิภาพใน 3 มิติ ได้แก่ เวลาในการส่งยาต่อเนื่อง, ความปลอดภัย และเวลาปฏิบัติงาน วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยสถิติเชิงพรรณนา เปรียบเทียบประสิทธิภาพทั้ง 2 ช่วง ด้วยสถิติ t-test และ multiple regression ผลการศึกษา ช่วงที่ 1 และ 2 มีวันทำการ 78 และ 81 วัน ใบสั่งยาในเวลาราชการเฉลี่ย 1,288.8±157.7 และ 1,293.6±84.3 ใบ (p=0.809) ใบสั่งยาต่อเนื่องที่แบ่งการจัดยาเป็นสองส่วน คือยาเม็ดจัดโดยหุ่นยนต์และยาฉีดจัดโดยเจ้าหน้าที่ มีจำนวนเฉลี่ย 468.9±35.2 และ 512.8±47.8 ใบ (p<0.001) ใช้เวลา 180.4±34.4 และ 171.2±24.7 นาที เมื่อพิจารณาใบสั่งยาต่อเนื่องแล้ว พบว่าช่วงที่ 2 ใช้เวลาลดลงจากช่วงแรก 19 นาที เวลาทั้ง 2 ช่วง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (adjusted p<0.001) จำนวนครั้งการจ่ายยาผิดทั้ง 2 ช่วงไม่ต่างกัน (53 vs 55) เจ้าหน้าที่ใช้เวลาปฏิบัติงานจนส่งยาขึ้นหอผู้ป่วยเสร็จ ลดลงจากช่วงแรกอย่างมีนัยสำคัญ 503.1±21.5 vs 492.9±10.5 นาที (p<0.001) สรุปได้ว่าแนวคิดเชิงออกแบบสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในระบบการทำงานห้องจ่ายยาผู้ป่วยใน ช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็วขึ้น และผู้ปฏิบัติงานทำงานล่วงเวลลดลง
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Brown T. Design thinking. Harvard Business Review 2008;86(6):84.
ไปรมา อิศรเสนา ณ อยุธยา, ชูจิต ตรีรัตนพันธ์. การคิดเชิงออกแบบ: เรียนรู้ด้วยการลงมือทำ [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [สืบค้นเมื่อ 5 พ.ย. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://www.google.com/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=&cad=rja&uact=8&ved=2ahUKEwjg7ty-jK2CAxUks1YBHWeXAIEQFnoECAEQAQ&url=http%3A%2F%2Fresource.tcdc.or.th%2Febook%2FDesign.Thingking.Learning.by.Doing.pdf&usg=AOvVaw2Ktw8dJi2ViDuWzGYf3ewB&opi=89978449
Wolcott MD, McLaughlin JE. Promoting creative problem-solving in schools of pharmacy with the use of design thinking. Am J Pharm Educ 2020;84(10): ajpe8065.
อโณทัย งามวิชัยกิจ. การพัฒนาแนวทางการสื่อสารการตลาดดิจิทัลถึงผู้บริโภคสำหรับธุรกิจยาแผนปัจจุบัน โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 2021;16(3):348-56.
เจนจิรา ตันติวิชญาวานิช. การบูรณาการคลินิกวาร์ฟารินและพัฒนาเครือข่ายระบบบริการสุขภาพด้วยการบริบาลทางเภสัชกรรมจังหวัดปัตตานี. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2021;30(1):129-36.
Pugliese RS, Girone GJIiP. Design thinking in pharmacy education: inspiring creative problem solving in the next generation of pharmacists. Innov Pharm 2018; 9(2):1-7.
Chanpuypetch W, Kritchanchai D. A design thinking framework and design patterns for hospital pharmacy management. International Journal of Healthcare Management 2020;13(3):177-85.
ปริญดา จันทร์บรรเจิด, บุษรา วาจาจำเริญ, จิราพร คำแก้ว, อาทิตยา ไทพาณิชย์, อรรถยา เปล่งสงวน, นิติยา ภาพสมุทร. การศึกษาผลการออกแบบระบบงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยการลดความสูญเปล่าระบบบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ 2012;7(4):162-6.
รัตนะ ศิริรัตนเวคิน, วิรนทร์ วงษ์มณี. การเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายยาและเวชภัณฑ์ภายในโรงพยาบาลด้วยแนวคิดแบบลีน กรณีศึกษาบริษัท GGG จำกัด [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 5 พ.ย. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://rsujournals.rsu.ac.th/index.php/rgrc/article/download/2171/1940/
ใจภัส วัดอุดม. การพัฒนาระบบก่อนการจ่ายยาผู้ป่วยในเพื่อลดความคลาดเคลื่อนทางยา. เภสัชกรรมคลินิก 2020; 26(2):1-15.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 กระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

