ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมการควบคุมระดับความดันโลหิตในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์

ผู้แต่ง

  • วิไลลักษณ์ เผือกพันธ์ วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • สิวาพร พานเมือง วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ปาริชาติ วันชูเสริม วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

คำสำคัญ:

การสนับสนุนทางสังคม, พฤติกรรมสุขภาพ, ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์

บทคัดย่อ

การพยาบาลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่สำคัญที่พยาบาลและบุคคลในครอบครัวต้องร่วมกันดูแล การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคมและปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมการควบคุมระดับความดันโลหิตในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ ในคลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลมหาสารคาม ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง 98 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม และแบบสอบถามพฤติกรรมการควบคุมระดับความดันโลหิตในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ มีค่า Cronbach’s alpha coefficient เท่ากับ 0.87 และ 0.85 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ Pearson’s correlation coefficient ผลการวิจัยพบว่าการสนับสนุนทางสังคมโดยภาพรวมอยู่ระดับดี (mean=3.66, SD=0.68) พฤติกรรมการควบคุมระดับความดันโลหิตในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์โดยรวมอยู่ในระดับพอใช้ (mean=2.28, SD=0.24) พฤติกรรมการควบคุมระดับความดันโลหิตในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการสนับสนุนทางสังคม และระดับการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) แสดงว่าการได้รับการสนับสนุนจากบุคคลในครอบครัวและการมีระดับการศึกษาที่สูงทำให้หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์มีพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับโรค มีการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง และรับประทานยาเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน ดังนั้น พยาบาลคลินิกฝากครรภ์จึงควรจัดกิจกรรมที่มีความสอดคล้องหรือสามารถพัฒนาในด้านต่างๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์เกิดพฤติกรรมที่เหมาะสมในทุกด้าน

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

American College of Obstetricians and Gynecologists. ACOG Practice Bulletin No. 222: gestational hypertension and preeclampsia. Obstet Gynecol 2020;135:1492–95.

Huang C, Wei K, Yi Lee PM, Qin G, Yu Y, Li J. Maternal hypertensive disorder of pregnancy and mortality in offspring from birth to young adulthood: national population based cohort study. BMJ 2022; 379:e072157.

Hobson SR, Gurusinghe S, Lim R, Alers NO, Miller SL, Kingdom JC, et al. Melatonin improves endothelial function in vitro and prolongs pregnancy in women with early-onset preeclampsia. Journal of Pineal Research 2018;22:1-14.

กองอนามัยมารดาและทารก กรมอนามัย. รายงานสถานการณ์การเฝ้าระวังด้านส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กองอนามัยมารดาและทารก กรมอนามัย (1 ตุลาคม 2565 – 31 มีนาคม 2566) [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [สืบค้นเมื่อ 9 พ.ย. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://hp.anamai.moph.go.th/th/maternalmortality-ratio/download?id=106310&mid=30954&mkey=m_document&lang=th&did=30671

Li X, Liao Y, Dong Y, Li S, Wang F, Wu R, et al. Mib2 deficiency inhibits microglial activation and alleviates ischemia-induced brain injury. Aging and Disease 2020;11(3):523–35.

Cunningham FG, Levono KJ, Dashe JS, Hoffman BL, Spong CY, Casey BM. Williams obstetrics. 26th ed. New York: McGraw-Hill; 2022.

นงลักษณ์ เฉลิมสุข. การพยาบาลและการผดุงครรภ์สตรีที่มีภาวะเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน. พิมพ์ครั้งที่ 2. เชียงใหม่: สยามพิมพ์นานา; 2565.

นงลักษณ์ เฉลิมสุข, ฉวี เบาทรวง. การพยาบาลสตรีที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์. ใน: บังอร ศุภวิทิตพัฒนา, ปิยะภรณ์ ประสิทธิ์วัฒนเสรี, บรรณาธิการ. การพยาบาลและการผดุงครรภ์: สตรีที่มีภาวะเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน. เชียงใหม่: สยามพิมพ์; 2565. หน้า 73-100.

Meazaw MW, Chojenta C, Muluneh MD, Loxton D. Systematic and meta-analysis of factors associated with preeclampsia and eclampsia in sub-Saharan Africa PLOS ONE 2020;15(8):1-23.

กิตติพงษ์ เทือกประเสริฐ. ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษในหญิงตั้งครรภ์ที่มาคลอดในโรงพยาบาลหนองคาย. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการวิจัยทางการแพทย์ 2565; 37(1):1-9.

House JS. Work stress and social support. Massachusetts: Addison-Wesley; 1981.

สินี กะราลัย, จารุรัตน์ ศรีรัตนประภาส. ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคมและพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 2561;26(1):1-10.

Pender NJ, Carolyn L, Murdaugh CL, Parsons MN. Health promotion in nursing practice. 5th ed. Upper Saddle River, NJ: Pearson Prentice Hall; 2006.

Pender NJ. Health promotion in nursing practice. 3rd ed. Stamford, CT: Appleton & Lange; 1996.

Abramson JH. WINPEPI updated: computer programs for epidemiologists, and their teaching potential. Epidemiol Perspect Innov 2011;8(1):1.

Li D, Wen L, Zhong X, Li X, Peng T, Gong M. Knowledge, attitude and practice of pregnant women towards pre-eclampsia in Chongqing, China BMJ Open 2025;15:e106259:1-7.

สินี กะราลัย. ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคม ความหวังและความพึงพอใจในการดำเนินชีวิตของครอบครัวที่มีบุตรออทิสติก [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต] ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2547. 93 หน้า.

Fathnezhad-Kazemi A, Aslani A, Hajian S. Association between perceived social support and health-promoting lifestyle in pregnant women: a cross-sectional study. Journal of Caring Sciences 2021;10(2):96-102.

Kara P, Evsen Nazik E. Effects of anxiety and social support levels on the prenatal attachment of pregnant women with preeclampsia. Cukurova Med Journal 2021;46(3):889-96.

สุวิสา ปานเกษม. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนและการสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายของหญิงมีครรภ์. วารสารพยาบาลทหารบก 2556; 14(2):35-47.

Masjoudi M, Khazaeian S, Malekzadeh S, Fathnezhad-Kazemi A. Health-promoting behaviors and intermediary social determinants of health in low and high-risk pregnant women: an unmatched case-control study. BMC Pregnancy Childbirth 2022;22(1):445.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-27

วิธีการอ้างอิง