การพัฒนาบทบาทด้านทันตสุขภาพของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตตำบลบ้านมะขามหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • ทัศนี สลัดยะนันท์ โรงพยาบาลสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่
  • นิคม เบญจกรรณ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมะขามหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่
  • ปฏิญญา ไชยภัคดี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมะขามหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

คำสำคัญ:

ผู้ดูแล, ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง, เครือข่ายสุขภาพ, ระบบการดูแลระยะยาว, สุขภาพช่องปาก

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบทบาทการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุที่มีภาวะ พึ่งพิงให้กับผู้ดูแลแบบเป็นทางการในระบบการดูแลระยะยาว ในเขตตำบลบ้านมะขามหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ใช้รูปแบบการวิจัยแบบมีส่วนร่วม มีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ดูแลแบบ เป็นทางการ จำนวน 14 คน การศึกษามี 4 ระยะ ได้แก่ ระยะวางแผน ระยะปฏิบัติการ ระยะสังเกตผล และระยะสะท้อนผล การศึกษาเริ่มต้นด้วยการเก็บข้อมูลการทำงานด้านทันตสุขภาพของผู้ดูแลแบบ เป็นทางการในพื้นที่ ประมวลผลข้อมูล นำเสนอ และวางแผนการดำเนินการร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย จาก นั้นจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการและฝึกปฏิบัติในชุมชน เป็นเวลา 3 เดือน เก็บข้อมูลผลการปฏิบัติโดย ใช้การสัมภาษณ์ แบบทดสอบความรู้ แบบวัดระดับทัศนคติ และแบบสอบถามการปฏิบัติงาน สะท้อนผล การศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายผ่านกระบวนการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและ การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาทำให้เกิดความชัดเจนของบทบาทผู้ดูแล ในพื้นที่ หลังการปฏิบัติการ ผู้ดูแลร้อยละ 71.42 มีคะแนนความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูง อายุที่มีภาวะพึ่งพิงอยู่ในเกณฑ์สูง ($\text{Mean}=8.36, \text{SD}=1.41$) ร้อยละ 85.71 มีทัศนคติ ต่อความสำคัญของสุขภาพช่องปากในระดับสูง ร้อยละ 100 มีทัศนคติต่อการได้รับการสนับสนุนจาก สังคมในระดับสูง และร้อยละ 78.57 มีทัศนคติต่อการดูแลสุขภาพช่องปากผู้มีภาวะพึ่งพิงในระดับสูง การใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมของเครือข่ายสุขภาพชุมชน ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้อง ไปกับบริบทของการทำงานด้านทันตสาธารณสุขในพื้นที่ จึงมีความ เหมาะสมที่จะนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนางานส่งเสริมทันตสุขภาพในระบบการดูแลระยะยาว

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Lipsky MS, Singh T, Zakeri G, Hung M. Oral health and older adults: a narrative review.

Dent J 2024;12(2):30.

Naorungroj S, Naourungroj T. Oral health-related quality of life in the elderly: a review

and future challenges in Thailand. Siriraj Med J 2015;67(5):248-53.

MacEntee MI, Hole R, Stolar E. The significance of the mouth in old age. Soc Sci Med

;45(9):1449-58.

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปาก

แห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: อักษร-กราฟฟิกแอนด์ดีไซน์; 2567.

Haumschild MS, Haumschild RJ. The importance of oral health in long-term care. J Am Med

Dir Assoc 2009;10(9):667-71.

Iwasaki M, Hirano H. Decline in oral function and its management. Int Dent J

;72(4S):S12-20.

Tanaka T, Hirano H, Ikebe K, Ueda T, Iwasaki M, Minakuchi S, et al. Consensus statement

on “oral frailty” from the Japan Geriatrics Society, the Japanese Society of Gerodontology,

and the Japanese Association on Sarcopenia and Frailty. Geriatr Gerontol Int

;24(11):1111-9.

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการจัดบริการดูแลและป้องกันสุขภาพ

ช่องปากในผู้สูงอายุสำหรับทันตบุคลากร. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: สามเจริญพาณิชย์; 2564.

House JS, Umberson D, Landis KR. Structures and processes of social support. Annual

Review of Sociology 1988;14:293-318.

Feeney BC, Collins NL. A new look at social support: a theoretical perspective on thriving

through relationships. Pers Soc Psychol Rev 2015;19(2):113-47.

รุจิรา แสนดี. การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง จังหวัดเชียงราย.

วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย 2568;2(2):57-73.

วุฒิพงศ์ ธนะขว้าง, ทัศไนย วงค์ปินตา. ประสิทธิภาพของการเสริมสร้างพลังอำนาจให้ผู้ดูแลสุขภาพช่องปาก

ของผู้สูงอายุติดเตียง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน. วารสารสาธารณสุขล้านนา 2564;17(1):64-75.

ชิสา ตันตระกูล, จันทร์พิมพ์ หินเทาว์, วรรธนะ พิธพรชัยกุล. การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับ

ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงในชุมชนบ้านดอนแสลบ จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารชุมชนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ

นครราชสีมา 2565;16(3):193-206.

Bloom BM. Learning for mastery. Center for the Study of Evaluation of Instructional

Programs 1968;1(2):1-12.

Cohen JU, Uphoff NT. Participation’s place in rural development: seeking clarity through

specificity. World Development 1980;8(3):213-35.

Piskur B, Daniels R, Jongmans MJ, Ketelaar M, Smeets RJ, Norton M, et al. Participation

and social participation: are they distinct concepts? Clin Rehabil 2014;28(3):211-20.

Simonds VW, Wallerstein N, Duran B, Villegas M. Community-based participatory research:

its role in future cancer research and public health practice. Prev Chronic Dis

;10:E78.

Ohmer ML. Citizen participation in neighborhood organizations and its relationship to

volunteers’ self- and collective efficacy and sense of community. Social Work Research

;31(2):109-20.

Bandura A. Social cognitive theory of mass communication. Media Psychology

;3(3):256-99.Chantaramanee A, Srinarupat J, Niyomsilp K, Samnieng P. Thai version

of the oral frailty five-item questionnaire (OF-5): instrument validity and reliability study.

J Int Dent Med Res 2025;18(1):367-73.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-24

วิธีการอ้างอิง