การพัฒนาระบบมาตรฐานความปลอดภัยด้านยาของหน่วยบริการปฐมภูมิในจังหวัดลำปาง

ผู้แต่ง

  • ศราวุธ มณีวงศ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง
  • เพ็ญกาญจน์ กาญจนรัตน์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

หน่วยบริการปฐมภูมิ, ความปลอดภัยด้านยา, การวิจัยเชิงปฏิบัติการ

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยนำเข้าที่ส่งผลต่อการพัฒนาระบบมาตรฐานความปลอดภัยด้านยา สำรวจการรับรู้มาตรฐานความปลอดภัยด้านยา พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานที่จำเป็นและสอดคล้องกับบริบท และประเมินสถานการณ์ฐานการดำเนินการตามเกณฑ์ของหน่วยบริการปฐมภูมิ ประชากรศึกษาคือ เภสัชกรที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการปฐมภูมิ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานสุขภาพปฐมภูมิตัวแทนระดับจังหวัด อำเภอ และระดับหน่วยบริการปฐมภูมิ สังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง และสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่จำนวน 61 แห่ง แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1: ศึกษาสถานการณ์และปัจจัยนำเข้าโดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 2 กลุ่ม รวม 18 คน สำหรับการสำรวจการรับรู้ ใช้กลุ่มตัวอย่างจากบุคลากรในหน่วยบริการปฐมภูมิทั้งหมด ระยะที่ 2: ประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อร่างเกณฑ์มาตรฐานและแนวทางการติดตามและประเมินผล คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 2 กลุ่ม รวม 22 คน ระยะที่ 3: ทดลองใช้เกณฑ์และประเมินแนวทางการประเมินแบบออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างคือหน่วยบริการปฐมภูมิ จำนวน 61 แห่ง โดยมีผู้ให้ข้อมูลหลัก 1 คนต่อหน่วยบริการ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ประมวลผลด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยเชิงระบบที่ส่งผลต่อการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยด้านยามี 4 มิติหลักที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ ปัจจัยด้านนโยบาย ด้านการสนับสนุน ด้านเกณฑ์มาตรฐาน และด้านระบบการประเมินผล การรับรู้เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านยาของหน่วยบริการปฐมภูมิ มีค่าเฉลี่ยร้อยละอยู่ระหว่าง 35.78 ถึง 56.05 โดยรับรู้สูงสุดในด้านการบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก และต่ำสุดในด้านการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านยาที่ผ่านการคัดเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญมีความเหมาะสมกับบริบทจำนวน 178 เกณฑ์ จากร่างทั้งหมด 233 เกณฑ์ ครอบคลุม 4 มิติ 12 ด้าน ผลการสำรวจสถานการณ์ฐานจากหน่วยบริการ 34 แห่ง (ร้อยละ 55.73) พบว่า มีการดำเนินการผ่านเกณฑ์มากกว่าร้อยละ 50 ในกลุ่มงานบริการด่านหน้า เช่น การบริการจ่ายยา การบริบาลทางเภสัชกรรม การติดตามอาการไม่พึงประสงค์ และการบริหารคลังเวชภัณฑ์พื้นฐาน มิติที่เป็นความท้าทายและมีสัดส่วน “ยังไม่ได้ดำเนินการ” สูง คือ ด้านการจัดซื้อจัดหา และระบบข้อมูลสารสนเทศที่เชื่อมโยงแบบ real-time การประเมินผลการใช้งานระบบประเมินตนเองออนไลน์ พบว่า ผู้ใช้งานมีความเข้าใจในเกณฑ์ มีความสะดวก และมีความพึงพอใจในระดับดี สรุปได้ว่าการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านยาสำหรับหน่วยบริการปฐมภูมิครั้งนี้ มีความสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยด้านยาอย่างต่อเนื่อง

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือมาตรฐาน หน่วยบริการปฐมภูมิ พ.ศ. 2568 – 2570. นนทบุรี:

กระทรวงสาธารณสุข; 2568.

กองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการดำเนินงานของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ

ตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2562.

คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ. นโยบายแห่งชาติด้านยา พ.ศ. 2554 และยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. 2555-2559.

นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา; 2554.

ชัยรัตน์ ฉายากุล, พิสนธิ์ จงตระกูล, วินัย วนานุกูล, พาขวัญ ปุณณุปูรต, เพ็ญกาญจน์ กาญจนรัตน์, กิติยศ ยศสมบัติ, และคณะ. คู่มือการดำเนินงาน

โครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (rational drug use hospital manual). กรุงเทพมหานคร: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร

แห่งประเทศไทย; 2558.

กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการใช้งานโปรแกรมประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านยาในโรงพยาบาล

และสำนักงานสาธารณสุข. นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2565.

สุภาพรณ์ เจตะบุตร. รายงานการประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบงานเภสัชกรรมปฐมภูมิ จังหวัดลำปาง. ลำปาง: สำนักงานสาธารณสุข

จังหวัดลำปาง; 2568.

ยอดหทัย หิรัญสาย, รุ่งทิวา หมื่นปา, ธนศักดิ์ เทียกทอง. การสำรวจหน้าที่ของเภสัชกรในหน่วยบริการปฐมภูมิ. เวชสารแพทย์ทหารบก

;70(3):149-59.

Yongpraderm S, Sornlertlumvanich K. Roles of primary care pharmacists in public sector: a qualitative study in Thailand.

Thai Journal of Pharmacy Practice 2018;10(2):253-62.

นุชน้อย ประภาโส. การศึกษาการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านยาของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.

วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ 2567;3(2):66-79.

นิรมล ตันติธรรม. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อมาตรฐานความปลอดภัยด้านยาของโรงพยาบาล สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข 2568;3(2):96-106.

ศศิวิมล ทองขั้ว. ปัจจัยที่มีผลต่อการนำมาตรฐานการจัดการด้านยาไปสู่การปฏิบัติ. ขอนแก่น: ศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่น; 2558.

Pruitt SD, Khan R, Chaiyakunapruk N, Phrommintikul A, Aguilera MAD, Tan NC, et al. The silent epidemic of

non-adherence - insights from the 2024 a:care congress. BMC Proc 2025;19(Suppl 10):13.

Young RA, Gurses AP, Fulda KG, Espinoza A, Daniel KM, Hendrix ZN, et al. Primary care teams' reported actions to

improve medication safety: a qualitative study with insights in high reliability organising. BMJ Open Qual

;12(3):e002350.

Darayon C, Opasanant P, Sangsrijan S, Pattaramungkhunkat W, Sukwong P. Development of telenursing guidelines

to improve the quality of services in diabetic wound care in a hospital in Thailand: case study. JMIR Nurs 2026;9:e74228.

Tiso A, Pozzan C, Pamich C, Verbano C. Barriers to lean & safety management implementation in primary care settings:

insights from an unsuccessful case. Risk Manag Healthc Policy 2026;19:1-15.

Sethy M. Advancing equitable access to medicines in southeast Asia: a comprehensive policy analysis of the 2025

regional position paper. Int J Soc Sci Community Serv 2026;4:57-73.

World Health Organization & United Nations Children’s Fund (UNICEF). Operational framework for primary health care:

transforming vision into action [Internet]. 2020 [cited 2025 Aug 31].

Available from:https://www.who.int/publications/i/item/9789240017832

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. ยุทธศาสตร์สุขภาพดิจิทัล กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2564-2568. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2564.

ดวงกมล เอกสมทราเมษฐ์. การศึกษาผลของการพัฒนาระบบการรายงานความคลาดเคลื่อนจากการสั่งใช้ยาและกระบวนในห้องยา

ผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลขอนแก่น. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น 2568;7(1):e271443.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-14

วิธีการอ้างอิง

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดจากผู้แต่งเรื่องนี้