ประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ DM Remission and Prevention Service ต่อพฤติกรรมสุขภาพและผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, โรคเบาหวานชนิดที่ 2, ภาวะเบาหวานสงบ, พฤติกรรมสุขภาพ, น้ำตาลสะสมในเลือดบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ DM remission and prevention service ต่อพฤติกรรมสุขภาพและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลัง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีระดับ HbA1c ร้อยละ 6.5–10.0 จำนวน 70 ราย ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการและใช้ยาลดน้ำตาลชนิดรับประทานสูตรเดียวกันคงที่อย่างน้อย 3 เดือนก่อนเข้าร่วม (ไม่ใช้อินซูลิน) ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจงและจัดสรรเข้ากลุ่มด้วยการสุ่มอย่างง่าย แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง (n=35) ที่ได้รับโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ จำนวน 3 ครั้ง ในเดือนที่ 1, 2 และ 3 ร่วมกับการติดตามต่อเนื่องผ่าน Line OA ทุก 2 สัปดาห์ และวัดผลซ้ำในเดือนที่ 4 (1 เดือนหลังสิ้นสุดกิจกรรมครั้งสุดท้าย) โดยบูรณาการกรอบ 6 มิติของกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และกลุ่มควบคุม (n=35) ที่ได้รับการดูแลตามมาตรฐาน ทั้งนี้ ภายหลังสิ้นสุดการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยได้จัดกิจกรรมโปรแกรมเดียวกันให้กลุ่มควบคุม (wait-list control) ตามหลักความยุติธรรมทางจริยธรรมการวิจัย เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2569 เครื่องมือวิจัยได้รับ การตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 คน (S-CVI/Ave = 0.94) และความเที่ยงจากกลุ่มทดลองนำร่อง 30 ราย (Cronbach’s alpha = 0.81) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ paired t-test, independent t-test และ Chi-square test ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ($p < 0.05$) เช่นเดียวกับคะแนนพฤติกรรมสุขภาพทุกด้าน ($p < 0.05$) ระดับ HbA1c ของกลุ่มทดลองลดลงจากร้อยละ $8.23 \pm 0.96$ เป็นร้อยละ $6.65 \pm 1.00$ ($p < 0.05$) และภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีระดับ HbA1c ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ร้อยละ 6.65เทียบกับร้อยละ 7.85; $p < 0.05$) นอกจากนี้ สัดส่วนผู้ที่บรรลุภาวะเบาหวานสงบ (HbA1c น้อยกว่า 6.5 โดยหยุดยาลดน้ำตาลต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน) ในกลุ่มทดลองเท่ากับร้อยละ 25.7 ขณะที่กลุ่มควบคุมเท่ากับร้อยละ 0 ($p < 0.05$)โดยสรุป โปรแกรม DM remission and prevention service สามารถเพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และปรับปรุงผลลัพธ์ทางคลินิกได้อย่างมีประสิทธิผล โดยมีอัตรา DM remission ร้อยละ 25.7 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายระดับประเทศ จึงควรขยายผลเป็นต้นแบบบริการปฐมภูมิต่อไป
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Sun H, Saeedi P, Karuranga S, Pinkepank M, Ogurtsova K, Duncan BB, et al. IDF Diabetes Atlas: global, regional and
country-level diabetes prevalence estimates for 2021 and projections for 2045. Diabetes Res Clin Pract 2022;183:109119.
วิชัย เอกพลากร. รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563. นนทบุรี:
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2564.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย. รายงานผลการดำเนินงานด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ 2568. สุโขทัย:
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย; 2569.
Nutbeam D. The evolving concept of health literacy. Soc Sci Med 2008;67(12):2072-8.
Sribud A, Srichaijaroonpong, Phoosuwan N, Phoosuwan N. Effectiveness of a health literacy and diabetes
self-management education (DSME) improvement program for people with type 2 diabetes mellitus: a community-
based quasiexperimental study in Thailand. J Diabetes Res 2025;24:2640702.
รสสุคนธ์ ภักดีไพบูลย์สกุล. ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงสูงเบาหวาน
และความดันโลหิตสูง. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา 2568;5(2):e275531.
ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อเข้าสู่ภาวะสงบของโรค
(DM remission). กรุงเทพมหานคร: ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย; 2565.
Bloom BS. Taxonomy of educational objectives: the classification of educational goals. Handbook I: cognitive
domain. New York: David McKay; 1975.
Lynn MR. Determination and quantification of content validity. Nurs Res 1986;35(6):382-5.
Nunnally JC, Bernstein IH. Psychometric theory. 3rd ed. New York: McGraw-Hill; 1994.
Rosenthal R. Meta-analytic procedures for social research. Revised ed. Newbury Park: Sage; 1991.
ขวัญใจ ไกรสินธุ์. ผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ชนิดที่ 2 โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน 2568;10(4):391-401.
หทัยรัตน์ ตัลยารักษ์, สิตา ฤทธิ์ธาธรรม, ธัญญ์นลิน ไกรนรา, สุดารัตน์ รำเพย, สุวนันท์ ดาราพงษ์, ธารทิพย์ มากแก้ว. ประสิทธิผลของโปรแกรม
พัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน. วารสารสาธารณสุข
ล้านนา 2567;20(2):88-101.
อติญาณ์ ศรเกษตริน, จินตนา ทองเพชร, อารยา ศรีวงค์ษา. ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมและพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรอบรู้
ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตสูง ค่าน้ำตาลสะสม และระดับความดันโลหิต. วารสารพยาบาลทหารบก
;23(1):333-43.
ประพัสสร แย้มโกสุม, กาญจนา พิทักษ์วาณิชย์, ธวัลรัตน์ จรสระน้อย. ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการ
จัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2568;18(2):10-24.
ธนสิทธิ์ วิจิตราพันธ์. ประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงเบาหวานของคลินิกหมอ
ครอบครัวบ้านทุ่งเสี้ยว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2563;29(4):618-24.
Lean MEJ, Leslie WS, Barnes AC, Brosnahan N, Thom G, McCombie L, et al. Primary care-led weight management
for remission of type 2 diabetes (DiRECT): an open-label, cluster-randomised trial. Lancet 2018;391(10120):541-51.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

