การพัฒนาการตรวจเพาะเชื้อวัณโรคของ ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ โรงพยาบาลขอนแก่น

ผู้แต่ง

  • นัตฏิยา ศรีสุราช กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลขอนแก่น
  • ศศิประภา วัฒนวิเศษ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลขอนแก่น
  • ณัฏฐานิช สุวรรณศิริกุล กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลขอนแก่น

คำสำคัญ:

วัณโรค, การพัฒนาการตรวจเพาะเชื้อ, อาหารเลี้ยงเชื้อ

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อประเมินการนำอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดแข็ง (Lowenstein-ensen medium - LJ medium) และอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดเหลว (Mycobacterium growth indicator tube - MGIT) มาใช้ในการเพาะเชื้อวัณโรค ร่วมกับการทดสอบการดื้อต่อยาของเชื้อวัณโรค โดยใช้วิธี MTT (3-4,5-dimethylthiazol-2-y1-2,5-diphenyl tet-razolium bromide) ในการเพิ่มอัตราการตรวจพบเชื้อ (positive rate) และลดระยะเวลาในการรายงานผลเพาะเชื้อ-วัณโรค ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 ถึงเดือนธันวาคม 2554 โดยเพาะเชื้อในตัวอย่างจาก ผู้ป่วยที่มารับการรักษา และส่งเพาะเชื้อวัณโรค จำนวน 2,572 ตัวอย่าง ด้วยอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดแข็ง ควบคู่กับอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดเหลว และทดสอบการดื้อต่อยาด้วยวิธี MT เปรียบเทียบอัตราการตรวจพบเชื้อ และระยะเวลาในการตรวจพบเชื้อ (detection time)ในอาหารเลี้ยงเชื้อทั้งสองชนิด การทดสอบการดื้อต่อยาได้เปรียบเทียบผลการทดสอบต่อยาแนวที่ 1 (first line drug) โดยใช้วิธี MTT เทียบกับวิธีสัดส่วนเปรียบเทียบหรือ proportion method ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน ผลการดำเนินงานพบว่าการเพาะเชื้อด้วยอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดแข็งร่วมกับอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดเหลว สามารถเพิ่มอัตราการตรวจพบเชื้อ จากร้อยละ 4.3 เป็นร้อยละ 19.5 การศึกษาตัวอย่างตรวจที่พบเชื้อมัยโคแบคทีเรียจำนวน 151 ตัวอย่าง พบว่าอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดเหลวใช้เวลาในการตรวจพบเชื้อเฉลี่ย 16วัน (พิสัย 3 - 38 วัน) อัตราการตรวจพบเชื้อคิดเป็นร้อยละ 98.7 (149/151) ขณะที่อาหารเลี้ยงเชื้อชนิดแข็งใช้เวลาเฉลี่ย 37 วัน (พิสัย 10 - 63 วัน) และอัตราการตรวจพบเชื้อเพียงร้อยละ 21.9 (33/151) เมื่อเปรียบเทียบผลการทดสอบความไวต่อยาแนวที่ 1 โดย วิธี MTT และวิธี สัดส่วนเปรียบเทียบ พบว่าการทดสอบความไวต่อ rifampicin, iso-niazid, ethambutal และ streptomycin โดยวิธี MTT ให้ผลการทดสอบไม่แตกต่างจากวิธีสัดส่วนเปรียบเทียบ คิดเป็นร้อยละ 96.9 (63/65), 95.4 (62/65), 93.8 (61/65) และ 98.5 (64/65) ตามลำดับ ผลการทดสอบที่ให้ผลไม่สอดคล้องกันของทั้งสองวิธีคิดเป็นร้อยละ 12.3 (8/65) โดยร้อยละ 66.7 (4/6) พบเป็นเชื้อวัณโรคดื้อยาหลายขนาน (Multidrug-resistant tuberculosis หรือ MDR-TB) ขณะที่วัณโรคไม่ดี้อยา (Non-MDR-TB) ให้ผลไม่สอดคล้องเพียงร้อยละ 6.8 (4/59) ดังนั้น การนำอาหารเลี้ยงเชื้อเหลวมาใช้ร่วมกับอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดแข็งในการเพาะเชื้อวัณโรค จะช่วยเพิ่มอัตราการตรวจพบเชื้อวัณโรค และลดระยะเวลาการตรวจพบเชื้ออย่างชัดเจน และเมื่อนำวิธี MTT มาใช้ในการทดสอบความไวต่อยาต้านวัณโรคร่วมด้วยทำให้สามารถลดระยะเวลารายงานผลเพาะเชื้อจากเดิม 7 เดือน (121 - 301 วัน) เป็น 1.4 เดือน (20 - 79 วัน)

Downloads

Download data is not yet available.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-11-13

วิธีการอ้างอิง