การดัดเท้าเพื่อการป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคเท้าปุกแต่กำเนิดภายหลังรักษาด้วยวิธีของพอนเซติ
คำสำคัญ:
เท้าปุก, เทคนิคของพอนเซติ, การดัดเท้าที่บ้าน, การเกิดซ้ำบทคัดย่อ
การรักษาเท้าปุกแต่กำเนิดโดยการใส่เฝือกด้วยเทคนิคของพอนเซติมีผลสำเร็จสูงมากเป็นที่น่าพอใจ แต่ปัญหาการกลับเป็นซ้ำก็เป็นสิ่งที่พบได้บ่อย ทำให้ต้องใส่เฝือกรักษาซ้ำ และอาจต้องผ่าตัดใหญ่ภายหลัง การใส่อุปกรณ์ดัดเท้าภายหลังการใส่เฝือกเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการป้องกันการเกิดเท้าปุกซ้ำ แต่อุปกรณ์ดังกล่าวมีราคาแพง และการจูงใจให้ผู้ป่วยร่วมมือใส่อย่างสม่ำเสมอนาน 3-4 ปีเป็นเรื่องที่ยากมาก คณะผู้ศึกษาจึงประยุกต์การดัดเท้าเด็กมาใช้ในการดัดเท้าของผู้ป่วยเท้าปุกแต่กำเนิด โดยศึกษาเท้าปุกแต่กำเนิด 49เท้า ติดตามผลการรักษาเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี ผู้ป่วยทุกรายได้รับการรักษาโรคเท้าปุกแต่กำเนิดโดยการใส่เฝือกอย่างเดียว หรือใส่เฝือกร่วมกับการเจาะตัดเอ็นร้อยหวาย จนกระทั่งเท้ามีลักษณะปกติ เมื่อถอดเฝือกออกในครั้งสุดท้าย จึงสอนผู้ปกครองให้ดัดเท้าผู้ป่วยทันที พบว่าได้รับความร่วมมือในการดัดเท้าอย่างถูก ต้องสูงถึงร้อยละ 96 มีเพียง 18 เท้าที่กลับผิดรูปซ้ำ เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มที่กลับเป็นซ้ำร้อยละ 74 ของเท้าที่ผิดรูป กลับผิดรูปภายใน 4 เดือนหลังจากการถอดเฝือก อายุผู้ป่วยที่มากที่สุดที่เกิดการผิดรูปซ้ำคือ 14เดือน ซึ่งผู้ป่วยทั้งหมดเดินได้แล้วในช่วงอายุดังกล่าว ในเท้าที่เกิดการผิดรูปซ้ำ ส่วนใหญ่รักษาการผิดรูปซ้ำโดยการใส่เฝือก หรือใส่เฝือกร่วมกับการเจาะตัดเอ็นร้อยหวายหรือเจาะยึดเอ็นร้อยหวายซ้ำ มีเพียง 1 รายที่ผ่าตัดยืดเอ็นร้อยหวายแบบเปิด และอีก 2 รายที่ได้รับการผ่าตัดใหญ่ การดัดเท้าแบบใหม่นี้ผู้ปกครองสนใจปฏิบัติถูกต้องได้มาก และหากเท้าผิดรูปซ้ำ ก็แก้ไขได้ง่าย จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่น้อยลง
Downloads
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2018 วารสารวิชาการสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

