การศึกษาการติดเชื้อไวรัสเอดส์ในผู้ป่วยโรคเรื้อน
บทคัดย่อ
ผู้ป่วยโรคเรื้อนจากสถาบันราชประชาสมาสัย โรงพยาบาลพระประแดง และสถานพยาบาลโนนสมบูรณ์ จำนวน 790 ราย ได้รับการเจาะเลือดระหว่างเดือนมิถุนายน 2533 ถึงเดือนมีนาคม 2534 เพื่อตรวจหาแอนติบอดีต่อแดนติเจนของเชื้อไวรัสเอดส์จากน้ำเหลือง โดยวิธี Particle agglutination test น้ำเหลืองที่ให้ผลบวกจากการตรวจ ขั้นแรกนี้ ถูกนำมาตรวจยืนยันผลบวก โดยวิธี Immunoblot (Western Blot) พบว่ามีผู้ป่วยโรคเรื้อนที่ติดเชื้อไวรัสเอดส์ จำนวน 10 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 1 ราย อายุระหว่าง 15-40 ปี ร้อยละ 70 เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อนชนิดเชื้อมาก (LL 5 รายและ BL 2 ราย) อัตราความชุกของการติดเชื้อไวรัสเอดส์ในผู้ป่วยโรคเรื้อนคิดเป็นร้อยละ 1.27 โดยมีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสเอดส์ของผู้ป่วยโรคเรื้อนหญิงเพียงอย่างเดียว คือสักตามร่างกายและ/หรือเจาะหู สำหรับปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยชาย พบว่ามีการใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด 5 ราย ได้รับเลือด 3 ราย เป็นผู้เที่ยวสำส่อนแบบรักต่างเพศ 4 ราย และเป็นผู้เที่ยวสำส่อนแบบรักร่วมเพศ 1 ราย ผลการตรวจสภาวะภูมิต้านทานทางเซลล์ (CMI) ได้แก่ CD4+ :CD8+ และปฏิกิริยาตอบสนองของเซลล์ Lymphocytes ต่อแอนติเจนชนิดต่างๆ ของผู้ป่วยโรคเรื้อนที่ติดเชื้อไวรัสเอดส์ จำนวน 4 ใน 10 ราย ไม่พบความผิดปกติ
Downloads
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 1992 กระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

