การป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากการคาสายสวนปัสสาวะ ในผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลขอนแก่น

ผู้แต่ง

  • ศศิธร แสนศักดิ์ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลขอนแก่น
  • ปิยรัตน์ ไชยเชษฐ์ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลขอนแก่น
  • สุวิมล กิ่งจันทร์ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลขอนแก่น

คำสำคัญ:

โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล, การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากการคาสายสวนปัสสาวะ, การป้องกันและควบคุม, การติดเชื้อ

บทคัดย่อ

การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะเป็นการติดเชื้อในโรงพยาบาลที่พบบ่อยจากสถิติหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและข้อชาย 1 โรงพยาบาลขอนแก่น พบอัตราการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ จากการคาสายสวนปัสสาวะมีแนวโน้มสูงขึ้น ปี 2553 และ 2554 คิดเป็น 6.46 และ 8.07 ครั้ง ต่อ 1,000 วันคาสายสวนปัสสาวะ ตามลำดับ ระยะเวลาที่มีการติดเชื้อภายหลังใส่สายสวนปัสสาวะ เฉลี่ย 13 และ 15 จากการสังเกต พบว่าเทคนิคการสวนปัสสาวะมีความแตกต่างกัน แนวปฏิบัติไม่ทันสมัย พนักงานมีวิธีการเทปัสสาวะต่างกัน ขาดการให้ญาติมีส่วนร่วมในการดูแล ดังนั้น คณะผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาการป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากการคาสายสวนปัสสาวะผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและข้อชาย 1 โรงพยาบาลขอนแก่น โดยทำการศึกษาระหว่างเดือนเมษายน 2554 ถึงเดือนกันยายน 2555 แบ่งการศึกษาเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในหอผู้ป่วย โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ มีบุคลากรร่วมให้ข้อมูล 22 คน ระยะที่ 2 ดำเนินการ พัฒนางานป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากการคาสายสวนปัสสาวะ 4 ขั้นตอน คือ (1) วางแผนกำหนดเป้าหมายและแนวทางการดูแล (2) ลงมือปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด พัฒนาสมรรถนะบุคลากร เสริมพลังผู้ป่วยและญาติ จัดสิ่งแวดล้อม และพัฒนาคู่มือนวัตกรรม (3) เก็บและวิเคราะห์ข้อมูลโดยสังเกตการปฏิบัติการพยาบาลของ บุคลากร 22 คน เครื่องมือเป็นแบบประเมินทักษะตามแนวทางการดูแล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และ (4) สะท้อนผลการปฏิบัติและปรับแผนการดูแล และระยะที่ 3 ประเมินอัตราการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากการคาสายสวนปัสสาวะ กำหนดเป้าหมายไม่เกิน 5 ครั้งต่อ 1,000 วันคาสายสวนปัสสาวะ ใช้วิธีการศึกษาเชิงพรรณนา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า นโยบายด้านความปลอดภัยระบุกว้าง ๆ แนวปฏิบัติไม่ทันสมัย บุคลากรมีสมรรถนะด้านงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อไม่เพียงพอ การให้ความรู้ไม่เป็นแนวทางเดียวกัน ขาดการเสริมพลังผู้ป่วยและญาติให้มีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง การจัดโซนนิ่งไม่เหมาะสม ขาดการแยก อุปกรณ์เครื่องใช้เฉพาะราย และไม่มีคู่มือในการดูแลผู้ป่วย จากข้อค้นพบดังกล่าว จึงได้ดำเนินการป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะโดยมีองค์ประกอบคือ การกำหนดนโยบายความปลอดภัย บุคลากรใช้แนวทางการป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นกรอบในการดูแลและพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อการเสริมพลังผู้ป่วยและญาติให้มีความรู้และมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง จัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมและพัฒนานวัตกรรม ส่วนการประเมินการปฏิบัติการพยาบาลพบว่า การประเมินความจำเป็นในการคาสายสวนปัสสาวะ การเลือกใช้สายสวนปัสสาวะและการให้ความรู้ผู้ป่วยและญาติ ปฏิบัติได้ ร้อยละ 100 ส่วนเทคนิค การใส่สายสวนปัสสาวะการเทปัสสาวะ และการดูแลขณะคาสายสวนปัสสาวะ ปฏิบัติได้ ร้อยละ 95.1, 94.2 และ 94.2 ตามลำดับ หลังการดำเนินการพบว่า อัตราการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะลดลงจาก 6 - 8 ครั้งต่อ 1,000 วันคาสายสวนปัสสาวะเหลือ 3.94 ครั้งต่อ 1,000 วันของการคาสายสวนปัสสาวะ ระยะเวลาเฉลี่ยที่มีการติดเชื้อภายหลังใส่สายสวน ปัสสาวะนานขึ้นจาก 15 วัน เป็น 25 วัน

Downloads

Download data is not yet available.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-11-28

วิธีการอ้างอิง

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดจากผู้แต่งเรื่องนี้