การถ่ายทอดภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกีและไวรัสชิคุนกุนยาจากมารดาสู่ทารก

ผู้แต่ง

  • สุวัฒน์ ตนายะพงศ์ โรงพยาบาลบ้านโป่ง ราชบุรี
  • เกรียงศักดิ์ คำอิ่ม โรงพยาบาลบ้านโป่ง ราชบุรี
  • วีรวรรณ หัตถสิงห์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
  • จรณิต แก้วกังวาล คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
  • กฤษณา เพ็งสา คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
  • อุษา ทิสยากร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

ไวรัสไข้เลือดออก, ไวรัสชิคุนกุนยา, หญิงตั้งครรภ์, ทารกแรกเกิด, ภูมิคุ้มกันจากมารดาสู่ทารก

บทคัดย่อ

ผู้วิจัยได้เจาะเลือดหญิงตั้งครรภ์ในระยะคลอดบุตรและเก็บเลือดจากสายสะดือทารกเมื่อแรกคลอด147 ราย และส่งตรวจภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกีและไวรัสชีคุนกุนยาด้วยวิธี hemagglutination inhibition assay (HAI) พบ ว่าร้อยละ 94 ของหญิงตั้งครรภ์ ในการศึกษาแบบภาคตัดขวางนี้มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกีอย่างน้อยหนึ่งสาย พันธุ์โดยมีสัดส่วนของภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกีสายพันธุ์ที่ 1, 2, 3 และ 4 เท่ากับ ร้อยละ 93.2, 92.5, 93.8 และ 93.2 ตามลำดับ ทารกแรกเกิดก็มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกีสายพันธุ์ที่ 1, 2, 3 และ 4 ไปในสัดส่วนเดียวกันกับมารดา ทั้งมารดาและทารกมีระดับภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกีสายพันธุ์ที่ 3 สูงสุดตามมาด้วยระดับภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกีสายพันธุ์ที่ 4, 1 และ 2 ตามลำดับ สำหรับภูมิคุ้มกันต่อไวรัสชิคุนกุนยานั้นพบเพียง ร้อยละ 8.2โดยมีค่าภูมิคุ้มกันต่อไวรัสชิคุนกุนยาอยู่ในระดับต่ำซึ่งเท่ากับ HAI titer 6.1 โดยสรุปพบว่าทารกในการ ศึกษานี้ซึ่งอยู่ในแหล่งรังโรคไข้เลือดออกมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกีที่ถ่ายทอดมาจากมารดาอยู่ในระดับสูงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคไข้เลือดออกในทารกกลุ่มนี้

Downloads

Download data is not yet available.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-12-07

วิธีการอ้างอิง