ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดเชียงราย

ผู้แต่ง

  • จิราณี ปัญญาปิน สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
  • ผกากานต์ เนตรสุวรรณ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • ทักษพร ชาติเผือก สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • พิชญานิน แสงทอง สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • สาริศา ศรีบัว สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • เกียรติศักดิ์ สรัสชนา สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • ธนกร นาวีว่อง สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • เมธาวี สืบทิ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • สิริกัญญา สิทธิสม สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • กนกภรณ์ พรหมเผ่า สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • รังสิมา จันทร์ทูรย์ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

คำสำคัญ:

พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ, วัยรุ่นตอนต้น, จังหวัดเชียงราย, ปัจจัยความสัมพันธ์

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาหาความสัมพันธ์ เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ และปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นตอนต้น โดยใช้กรอบแนวคิดแบบจำลองการส่งเสริมสุขภาพ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 จังหวัดเชียงราย จำนวน 340 คน โดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือแบบสอบถาม ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามการเข้าถึงสื่อกระตุ้นทางเพศ และแบบสอบถามพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติไคสแควร์ และสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน  

 ผลการวิจัย พบว่า พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นตอนต้นอยู่ในระดับต่ำ (mean =24.74, SD=10.86) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นตอนต้น ได้แก่ สถานภาพสมรสของบิดามารดา (c2= .608, p= .002) การเข้าถึงสื่อกระตุ้นทางเพศ (r= .248, p < .01) ความถี่ในการอยู่ด้วยกันสองต่อสองกับเพื่อนสนิท (r= .211, p < .01) พฤติกรรมการมีแฟน (r= .173, p < .01) และผลการเรียนล่าสุด (r= .173, p= .007)  ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เชิงลบกับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นตอนต้น ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกภายในครอบครัว (c2= -.137, p= .006) ระดับการศึกษา (c2= -.104, p= .028) และอายุ (r=-.102, p= .031)  

ดังนั้นจึงควรลดปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม ที่ส่งเสริมให้มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศเพิ่มขึ้นและหาแนวทางป้องกันลดพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กฤษฎา สารทอง, พรพนา สมจิตร, กิ่งกนก รักษนาเวศ, และธันยากร ต้นชลขันธ์. (2564). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมความเสี่ยงปัญหาทางเพศและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นที่มีประสบการณ์ทางเพศในกลุ่มรักร่วมเพศเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนในประเทศไทย. เชียงรายเวชสาร, 13(3), 239-265.

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2550). การสร้างแบบวัดพฤติกรรมทางเพศที่พึงประสงค์ของเยาวชนในสังคมไทย. Retrieved from: https://dmh.go.th/download/Ebooks/SexTest250651.pdf

จิราณี ปัญญาปิน, ณัฐพล อุ่นศรี, พิมพ์คณภรณ์ ตระกูลต่อวงค์, และสุภาพันธ์ จันทร์ศิริ. (2565). ผลของโมบายแอปพลิเคชั่นในการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพทางเพศต่อความรู้ ทัศนคติ การตัดสินใจเลือกปฏิบัติและพฤติกรรมการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ในวัยรุ่นหญิง. วารสารพยาบาลสาร, 50(4), 198-213.

ชัยนันท์ เหมือนเพ็ชร์, นิภา มหารัชพงศ์, และปาจรีย์ อับดุลลากาซิม. (2563). การรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์เรื่องเพศกับพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นประเทศไทย. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 14(2), 23-33.

ณิชาภัทร ปุ่นมีกิจ, ชนัญชิดาดุษฎี ทูลศิริ, และพรนภา หอมสินธุ์. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เมืองพัทยา. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 34(1), 13-29.

มาลี สบายยิ่ง. (2562). พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในสังคมปัจจุบัน. วารสารวิทยาบริการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 30(3), 121-127.

นันท์นภัส ภูวะสุวรรณ์, วิริณธิ์ กิตติพิชัย, กนิษฐา จำรูญสวัสดิ์, และพิมพ์สุรางค์ เตชะบุญเสริมศักดิ์. (2566). ความรอบรู้ด้านสุขภาพทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดชลบุรี. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข, 9(1), 85-95.

ปัญญ์กรินทร์ หอยรัตน์ และปราโมทย์ วงศ์สวัสดิ์. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธุ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(1), 121-127.

วิทยา แพงแสง และเกศินี สราญฤทธิชัย. (2565). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นตอนต้น. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น, 29(3), 77-86.

วันชัย สมใจเพ็ง. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพทางเพศกับพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นในอำเภอแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, 5(2), 101-11.

วัลลภา วงศ์ศักดิรินทร์. (2564). การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 13(2), 151-168.

วรรณศิริ ประจันโน, รุ่งรัตน์ ศรีสุริยเวศน์, และพรนภา หอมสินธุ์. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลายตามแนวคิดการให้ข้อมูลข่าวสาร แรงจูงใจ และทักษะพฤติกรรม. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 29(2), 39-51.

ศิวานิตย์ ทองคำดี, ฉวีวรรณ บุญสุยา, เสาวนีย์ ทองนพคุณ, และสาวิตรี วิษณุโยธิน. (2563). พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 ในพื้นที่อุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรี. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 15(1), 85-98.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ. สถานการณ์เยาวชนอายุ 15-24 ปี การติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปี 2566. Retrieved from:https://www.thaihealth.or.th/?p=352118

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย. สถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จังหวัดเชียงราย. เอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนการปฏิบัติงานของคณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่น จังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 1/2567 วันที่ 13 สิงหาคม 2567 ห้องประชุมกาสะลอง ชั้น 2, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย.

สำนักอนามัยเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2564). รายงานสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในประเทศไทย ประจำปี 2564. [cited 2025 February, 21]. Retrieved from: https://rh.anamai.moph.go.th/th/surveillance-report

Aung, H., & Perngparn, U. (2014). Substance use and HIV-related sexual risk behaviors among Myanmar migrant workers in Mae Sai, Chiang Rai Province, Thailand. Journal of Health Research, 28(1), 53-57.

Catrin Borneskog, C., Häggström-Nordin, E., Stenhammar, C., Tydén, T., & Lliadis, S.I. (2021). Changes in sexual behavior among high-school students over a 40-year period. Scientific Reports Journal, 11(1), 13963. doi:10.1038/s41598-021-93410-6

Green, L.W, & Kreuter, M.W. (2005). Health program planning: An educational and ecological approach (4th ed.). New York: Emily Barrosse.

Krejcie, R.V, & Morgan, D.W. (1970). Determining sample sizes for research activities. Education Psychology Measurement, 30, 607-610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-03

วิธีการอ้างอิง