ผลของโปรแกรมการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กก่อนวัยเรียนของผู้ปกครอง ตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์
คำสำคัญ:
โปรแกรมการดูแลสุขภาพช่องปาก, เด็กก่อนวัยเรียน, ผู้ปกครอง, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก, ปริมาณคราบจุลินทรีย์บทคัดย่อ
สุขภาพช่องปากมีความสำคัญกับสุขภาพโดยรวมของเด็กก่อนวัยเรียนส่งผลต่อการเคี้ยวอาหาร การนอนหลับ การเรียนรู้ พัฒนาการและการเติบโตของเด็ก ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยพฤติกรรมทันตสุขภาพที่เหมาะสม การส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ดีต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ปกครอง การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กก่อนวัยเรียนของผู้ปกครอง ตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ที่พัฒนามาจากแนวคิดเกี่ยวกับทันตกรรมป้องกัน แนวคิดแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ แนวคิดแบบจำลองการวางแผนส่งเสริมสุขภาพ และทฤษฎีเกี่ยวกับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพ ตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ เป็นการศึกษาแบบกึ่งทดลอง (Quasi experimental research) ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง จำนวน 17 คนและกลุ่มควบคุม จำนวน 17 คน ทดสอบก่อนและหลังการให้โปรแกรมการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กก่อนวัยเรียนของผู้ปกครอง (Two Group pretest – posttest design) โดยใช้แบบสอบถามและแบบบันทึกปริมาณคราบจุลินทรีย์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการเปรียบเทียบความแตกต่างคะแนนเฉลี่ยภายในกลุ่มด้วยสถิติ Paired Sample t-test และระหว่างกลุ่ม ใช้สถิติ Independent sample t-test
ผลการศึกษาพบว่า 1) กลุ่มทดลอง คะแนนเฉลี่ยด้านความรู้เพิ่มจาก 6.76 คะแนน (SD=2.73) เป็น 14.76 คะแนน (SD=0.44), ค่าเฉลี่ยทัศนคติจาก 2.27 (SD=0.42) เป็น 2.99 (SD=0.03), ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมจาก 2.11 (SD=0.37) เป็น 2.78 (SD=0.10) และปริมาณคราบจุลินทรีย์ลดจาก 0.54 (SD=0.27) เป็น 0.09 (SD=0.10) (ทุกตัวแปร p<0.001) 2) กลุ่มควบคุมไม่มีเปลี่ยนแปลงทั้งก่อนและหลังการทดลอง โดยคะแนนด้านความรู้ จาก 8.65 เป็น 8.35 (p=0.172), ค่าเฉลี่ยทัศนคติ จาก 2.60 เป็น 2.57 (p=0.409), ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมจาก 2.24 เป็น 2.24; p=0.864) แต่ปริมาณคราบจุลินทรีย์เพิ่มขึ้นจาก 0.61 (SD=0.32) เป็น 1.12 (SD=0.50) (p<0.001) ผลลัพธ์ชี้ว่าโปรแกรมมีประสิทธิผลในการเพิ่มความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ปกครอง และลดคราบจุลินทรีย์ในช่องปากเด็กก่อนวัยเรียนอย่างมีนัยสำคัญ
เอกสารอ้างอิง
จักรกฤษฏิ์ โพธิ์ศรี, ปาจรีย์ อับดุลลากาซิม, และนิภา มหารัชพงศ์. (2567). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จังหวัดจันทบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 17(2), 197-210.
ฐิติภรณ์ พิพัฒน์ศาสตร์. (2562). ประสิทธิผลโปรแกรมการดูแลสุขภาพช่องปากต่อการรับรู้ความสามารถตนเอง ความรู้ด้านทันตสุขภาพ และพฤติกรรมป้องกันโรคฟันผุของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา [วิทยานิพนธ์ปริญญาสุขศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center). (2566). ร้อยละเด็กกลุ่มอายุ 3 ปีมีฟันผุในฟันน้ำนม เขตสุขภาพที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ ปีงบประมาณ 2565. สืบค้นเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2566, จาก https://nsn.hdc.moph.go.th
วิทยา พลาอาด. (2562). ผลของการให้ทันตสุขศึกษาในผู้ปกครองต่อปริมาณคราบจุลินทรีย์ของเด็กก่อนวัยเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านคลองบัน ตำบลสาคร อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน, 1(2), 54–63.
วิลาวัณย์ มากประดิษฐ์. (2558). ประสิทธิภาพของการอบรมโดยทันตบุคลากรและครูผู้ดูแลเด็กต่อการดูแลช่องปากลูกก่อนวัยเรียนของแม่ [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์].
ศุภชัย ตติยรัตน์. (2562). แนวคิดทฤษฎี PRECEDE-PROCEED Model ในการสร้างเสริมสุขภาพชุมชน. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์. (2562). การประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ (Health Belief Model) ในงานสาธารณสุข. กรมการแพทย์.
สุขนันท์สินี เพชรสุวรรณ. (2559). ประสิทธิผลของโปรแกรมการแปรงฟันแบบฝึกปฏิบัติจริงสำหรับผู้ปกครองของเด็กก่อนวัยเรียนช่วงอายุ 2–3 ปี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง [วิทยานิพนธ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].
สุไรยา หมานระโต๊ะ, อรชินี พลานุกูลวงศ์, และกิตติพร เนาว์สุวรรณ. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความชุกของโรคฟันผุเด็กก่อนวัยเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา. วารสารทันตาภิบาล, 32(1), 1–12.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. (2567). รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.
อัสมาพร สุรินทร์, และคณะ. (2562). ผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาสำหรับผู้ปกครองในการป้องกันฟันผุของเด็กปฐมวัย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลโคกยาง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 6(1), 189-200.
อัสมาพร สุรินทร์, และคณะ. (2562). การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมทันตสุขภาพสำหรับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์, 27(1), 45–56.
Mahboobi, Z., Pakdaman, A., Yazdani, R., Azadbakht, L., & Montazeri, A. (2021). Dietary free sugar and dental caries in children: A systematic review on longitudinal studies. Health Promotion Perspectives, 11(3), 271–280. https://doi.org/10.34172/hpp.2021.35
Rosenstock, M. I., Strecher, V. J., & Becker, M. H. (1988). Social learning theory and health belief model. Health Education Quarterly, 15(2), 175–183.
Skinner, C. S., Tiro, J., & Champion, V. L. (2015). The health belief model. In K. Glanz, B. K. Rimer, & K. Viswanath (Eds.), Health behavior: Theory, research, and practice (5th ed., pp. 75–94). Jossey-Bass.
Wehby, G. L. (2022). Oral health and academic achievement of children in low-income families. Journal of Dental Research, 101(11), 1314–1320.
World Health Organization. (2021). Health in all policies: Framework for country action.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคเหนือ)

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

