การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนโดยใช้กลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมภาคีเครือข่าย อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์

ผู้แต่ง

  • อนิรุธ จันทพาส สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์
  • นุกูล ไกรกาศ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์
  • มนัด บุฬา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์
  • กฤษฎา เหล็กเพชร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์

คำสำคัญ:

รูปแบบการบริหารจัดการ, ความปลอดภัยทางถนน, คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ, การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย, การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนโดยใช้กลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และเพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบดังกล่าวในพื้นที่อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ดำเนินการวิจัยตามแนวคิดของ Kemmis และ McTaggart ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติ การสังเกตผล และการสะท้อนผล กลุ่มพัฒนารูปแบบคือคณะกรรมการ พชอ. จำนวน 21 คน และกลุ่มภาคีเครือข่ายในชุมชนจำนวน 385 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินประสิทธิภาพรูปแบบตามกรอบ CIPP แบบวัดการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนจากฐานข้อมูล Health Data Center วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนที่พัฒนาขึ้นเป็นรูปแบบเชิงระบบที่เน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย โดยมี 6 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) การกำหนดบทบาทหน้าที่ 2) สร้างทีมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย 3) กำหนดมาตรการขับขี่ปลอดภัย 4) การสร้างการรับรู้ การเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนนในชุมชน 5) การจัดการจุดเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนในชุมชน 6) การพัฒนาระบบจัดการข้อมูล ผลการประเมินประสิทธิภาพรูปแบบโดยภาพรวมอยู่ในระดับดี (Mean = 3.80, SD = 0.34) ทุกด้าน และผลการเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายก่อนและหลังการใช้รูปแบบ พบว่าหลังการใช้รูปแบบฯ ระดับการมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกด้าน (p < .05) สรุปได้ว่า รูปแบบการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนโดยใช้กลไก พชอ. สามารถเสริมสร้างการบริหารจัดการเชิงระบบ เพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และสนับสนุนการขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับอำเภอได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกันได้

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค. (2567). รายงานสถานการณ์การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย พ.ศ. 2562– 2566. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

ราชกิจจานุเบกษา. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). เล่ม 139 ตอนพิเศษ 258 ง.

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2567). สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย ปี 2566. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2564). แนวทางการขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับอำเภอ (พชอ.). สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). รายงานสถานการณ์ทางสังคมของประเทศไทย. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพยุหะคีรี. (2567). รายงานสถานการณ์การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทาง ถนน อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ปี พ.ศ. 2565–2567.

สำนักนายกรัฐมนตรี. (2554). ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและลดการบาดเจ็บทางถนน พ.ศ. 2554.

สำนักนายกรัฐมนตรี. (2561). ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พ.ศ. 2561.

Bertalanffy, L. von. (1968). General system theory: Foundations, development, applications. George Braziller.

Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Participation’s place in rural development: Seeking clarity through specificity. World Development, 8(3), 213–235.

Haddon, W., Jr. (1968). The changing approach to the epidemiology, prevention, and amelioration of trauma. American Journal of Public Health, 58(8), 1431–1438.

Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. Oxford University Press.

Rogers, E. M. (2003). Diffusion of innovations (5th ed.). Free Press.

Stufflebeam, D. L. (1971). The relevance of the CIPP evaluation model for educational accountability. Journal of Research and Development in Education, 5(1), 19–25.

World Health Organization. (2021). Global plan for the decade of action for road safety 2021–2030.

World Health Organization. (2023). Global status report on road safety 2023.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-17

วิธีการอ้างอิง