ประสิทธิผลการพัฒนาระบบการเตรียมยาปราศจากเชื้อสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายแบบรวมศูนย์ ในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ
คำสำคัญ:
การเตรียมยาปราศจากเชื้อ, ผู้ป่วยเฉพาะราย, แบบรวมศูนย์, โรงพยาบาลระดับตติยภูมิบทคัดย่อ
ความเป็นมา: การเตรียมยาปราศจากเชื้อสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิต้องมีการบริหารจัดการที่ดี การดำเนินงานที่ผ่านมาพบปัญหาความปลอดภัยและคุณภาพของยา กลุ่มงานเภสัชกรรมจึงได้พัฒนาระบบการเตรียมยาปราศจากเชื้อสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายแบบรวมศูนย์ขึ้น
วัตถุประสงค์: ศึกษาสถานการณ์ พัฒนาระบบ และประสิทธิผลของระบบเตรียมยาปราศจากเชื้อสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายแบบรวมศูนย์ในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ
วิธีการวิจัย: การวิจัยและพัฒนาที่ศึกษาข้อมูลย้อนหลัง ดำเนินการ 3 ขั้นตอน 1) ศึกษาสถานการณ์ปัญหา โดยใช้ข้อมูลย้อนหลังจากปีงบประมาณ 2562-2567 2) พัฒนาระบบเตรียมยาแบบรวมศูนย์ และนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้น 3) ประเมินประสิทธิผลระบบที่พัฒนาขึ้นก่อนการพัฒนาปีงบประมาณ 2564 และหลังการพัฒนาระบบปีงบประมาณ 2567 โดยเน้นที่ระยะเวลารอคอยยา มูลค่าต้นทุน และความคลาดเคลื่อนทางยา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา เชิงอนุมานและวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย: (1) สถานการณ์และปัญหา กระบวนการเตรียมยาซับซ้อน ไม่เป็นระบบ ขาดการเชื่อมโยงข้อมูล มีความผิดพลาด (2) พัฒนาระบบเตรียมยาปราศจากเชื้อแบบรวมศูนย์ ได้แก่ ระบบคำนวณอัตโนมัติ แจ้งเตือน และเก็บข้อมูลแบบศูนย์กลาง (3) ประเมินประสิทธิผลระบบ พบว่า 1) การเปรียบเทียบผลลัพธ์หลังการพัฒนาระบบ: การเตรียมยาเคมีบำบัดระยะเวลารอคอยลดลง 48.95 นาที (ร้อยละ 56.4) และสารอาหารที่ให้ทางหลอดเลือดดำลดลง 6.24 นาที (ร้อยละ 46.3) แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) 2) การประหยัดต้นทุน: มูลค่าต้นทุนที่ประหยัดได้เฉลี่ยต่อปี ยาเคมีบำบัด 28.50 ล้านบาท IV admixture 13.84 ล้านบาท และ TPN 3.45 ล้านบาท 3) ความคลาดเคลื่อนทางยาจากการสั่งใช้ยา: ยาเคมีบำบัดลดลงร้อยละ 18.78 IV admixture ลดลงร้อยละ 32.35 และ TPN ลดลงร้อยละ 22.79 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05)
สรุปผล: การพัฒนาระบบนี้ถือเป็นนวัตกรรมที่ยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการยาของโรงพยาบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม ลดความคลาดเคลื่อนทางยา เพิ่มประสิทธิภาพและเสริมสร้างมาตรฐานการดำเนินงานตามหลักสากล
เอกสารอ้างอิง
กฤษณ์ สุขนันทร์ธะ, เปญจมาภรณ์ อภิรมย์รักษ์. แนวทางการผลิตยาเตรียมปราศจากเชื้อในโรงพยาบาลตาม ASHP guidelines on compounding sterile preparations [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ สภาเภสัชกรรม; 2560 [สืบค้นเมื่อ 30 มี.ค. 2567]. สืบค้นจาก: https://ccpe.pharmacycouncil.org/index.php?option=article_detail&subpage=article_detail&id=411
ธนิต วิริยะธารากิจ. คู่มือการปฏิบัติงานการเตรียมยาฉีดปราศจากเชื้อ [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพมหานคร: งานผลิตยา ฝ่ายเภสัชกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล; 2567 [สืบค้นเมื่อ 30 มี.ค. 2567]. สืบค้นจาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/109683
รัตติกรณ์ บุญพัฒน์, รัศมี ลีประไพวงษ์, สุภัทรา ปุญญนิรันดร์, ชญานี อิสรไกรศีล, กันตพัฒน์ ตันธนาวุฒิวัฒน์. โครงการการพัฒนาระบบบริหารจัดการยาปราศจากเชื้อในห้องยา หู ตา คอ และจมูก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. เวชบันทึกศิริราช [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้นเมื่อ 30 ก.ย. 2568];13(2):85-95. สืบค้นจาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/simedbull/article/view/241653
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์กรมหาชน). M1.1 safe from high alert drug. ใน: เป้าหมายความปลอดภัยของผู้ป่วยของประเทศไทย พ.ศ. 2561. นนทบุรี: สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์กรมหาชน); 2561.
สุนทร ปภานิธินันท. แนวคิดการจัดการยาที่มีความเสี่ยงสูง (high alert drug : HAD) เพื่อความปลอดภัยในโรงพยาบาล [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ สภาเภสัชกรรม; 2563 [สืบค้นเมื่อ 30 มี.ค. 2567]. สืบค้นจาก: https://ccpe.pharmacycouncil.org/index.php?option=article_detail&subpage=article_detail&id=834
ถิรพิทย์ สุบงกช. สถานที่และการควบคุมสภาวะแวดล้อมสำหรับการผลิตยาปราศจาศจากเชื้อ [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ สภาเภสัชกรรม; 2560 [สืบค้นเมื่อ 30 มี.ค. 2567]. สืบค้นจาก: http://www.ccpe.pharmacycouncil.org/index.php?option=article_detail&subpage=article_detail&id=405
American Society of Health-System Pharmacists. ASHP guidelines on compounding sterile preparations. Am J Health-Syst Pharm. 2014;71(2):145-66. doi: 10.2146/sp140001.
Poon EG, Keohane CA, Yoon CS, Ditmore M, Bane A, Levtzion-Korach O, et al. Effect of bar-code technology on the safety of medication administration. N Engl J Med. 2010;362(18):1698-707. doi: 10.1056/NEJMsa0907115.
Pedersen CA, Schneider PJ, Ganio MC, Scheckelhoff DJ. ASHP national survey of pharmacy practice in hospital settings: dispensing and administration-2020. Am J Health Syst Pharm. 2021;78(12):1074-93. doi: 10.1093/ajhp/zxab120.
Jessurun JG, Hunfeld NGM, van Rosmalen J, van Dijk M, van den Bemt PMLA. Effect of a pharmacy-based centralized intravenous admixture service on the prevalence of medication errors: a before-and-after study. J Patient Saf. 2022;18(8):e1181-8. doi: 10.1097/PTS.0000000000001047.
Institute for Safe Medication Practices (ISPM). ISMP releases top 10 list of medication errors and hazards in 2020. React Wkly. 2021;1844:7. doi: 10.1007/s40278-021-91454-9.
Phueanpinit P, Pongwecharak J, Krska J, Jarernsiripornkul N. Evaluation of community pharmacists' roles in screening and communication of risks about non-steroidal anti-inflammatory drugs in Thailand. Prim Health Care Res Dev. 2018;19(6):598-604. doi: 10.1017/S1463423618000142.
Larrouturou P, Rebischung JL, Taugourdeau MC, Sauvaget J, Huchet J. Comparison of costs linked to the preparation and administration of fluorouracil as a continuous infusion based on three techniques. Pharm Weekbl Sci. 1992;14(6):357–9. doi: 10.1007/BF01970172.
Nurgat Z, Faris D, Mominah M, Vibar A, Al-Jazairi A, Ewing S, et al. A three-year study of a first-generation chemotherapy-compounding robot. Am J Health Syst Pharm. 2015;72(12):1036-45. doi: 10.2146/ajhp140256.
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย). กรอบงานพื้นฐานระบบยา [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพมหานคร: สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย); 2563 [สืบค้นเมื่อ 30 มี.ค. 2567]. สืบค้นจาก: https://www.thaihp.org/wp-content/uploads/2022/06/หนังสือกรอบงานพื้นฐาน.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารเภสัชกรรมคลินิกทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารเภสัชกรรมคลินิกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอน (Creative Commons License: CC) โดย ต้องแสดงที่มาจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลง, Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข และบุคลากรในกองฯ หรือ ชมรมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

