ผลของโปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพ ต่อพฤติกรรมการป้องกันและการมาตรวจ คัดกรองวัณโรคของผู้สัมผัสร่วมบ้าน

ผู้แต่ง

  • ณัฏฐ์ธิดา พิมพ์กมลวัต พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มการพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลขอนแก่น
  • ดร.พญ.จิรฐา ทนันชัยบุตร นายแพทย์เชี่ยวชาญ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลขอนแก่น
  • จันทรา สุวรรณธาร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานการพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลขอนแก่น

คำสำคัญ:

วัณโรค, ผู้สัมผัสร่วมบ้าน, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการป้องกัน, การตรวจคัดกรอง

บทคัดย่อ

            วัณโรคยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของไทย ผู้สัมผัสร่วมบ้านมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแต่อัตราการมาตรวจคัดกรองยังต่ำ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพตามแนวคิดแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันและการมาตรวจคัดกรองวัณโรคของผู้สัมผัสร่วมบ้าน ทำการวิจัยแบบกึ่งทดลองสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สัมผัสร่วมบ้านผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ที่โรงพยาบาลขอนแก่น จำนวน 108 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 54 คน และกลุ่มควบคุม 54 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรม 4 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Independent t-test, Paired t-test, Chi-square test, Risk Ratio, Odds Ratio, Absolute Risk Reduction, Number Needed to Treat และ Multiple linear regression

            ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนความเชื่อด้านสุขภาพโดยรวมหลังการทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Mean diff.=0.27; 95% CI: 0.16, 0.37; Cohen's D=0.97) พฤติกรรมการป้องกันดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (Mean diff.=0.36; 95% CI: 0.26, 0.46; Cohen's D=1.34) อัตราการมาตรวจคัดกรองเพิ่มขึ้น เป็น ร้อยละ 92.6 กลุ่มทดลองมีโอกาสมาตรวจมากกว่า 2.27 เท่า การวิเคราะห์ Multiple linear regression พบการรับรู้ความเสี่ยงเป็นปัจจัยทำนายพฤติกรรมที่สำคัญที่สุด โดยความเชื่อด้านสุขภาพทั้ง 4 มิติอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 50.6

            โปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพมีประสิทธิผลสูงในการเพิ่มความเชื่อด้านสุขภาพ พฤติกรรมการป้องกัน และการมาตรวจคัดกรองวัณโรค การรับรู้ความเสี่ยงเป็นปัจจัยทำนายสำคัญที่สุด ดังนั้นโปรแกรมควรเน้นการสร้างการรับรู้ความเสี่ยงควบคู่กับการเสริมสร้างการรับรู้ประโยชน์และความมั่นใจในตนเอง

เอกสารอ้างอิง

Fox GJ, Barry SE, Britton WJ, Marks GB. Contact investigation for tuberculosis: a systematic review and meta-analysis. Eur Respir J 2013;41(1):140-56. DOI:10.1183/09031936.00070812

ฐานันดร์ ฐานวิเศษ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคในโรงพยาบาลชัยภูมิ. ชัยภูมิเวชสาร 2563;40(1):97-107. https://thaidj.org/index.php/CMJ/ article/view/8860

World Health Organization. Global Tuberculosis Report 2022. Geneva: World Health Organization, 2022.

กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์วัณโรคประเทศไทย ปี 2565. กรุงเทพฯ : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, 2566.

Oo MM, Tassanakijpanich N, Phyu MH, Safira N, Kandel S, Chumchuen K, et al. Coverage of tuberculosis and diabetes mellitus screening among household contacts of tuberculosis patients: a household-based cross-sectional survey from Southern Thailand. BMC Public Health 2020;20(1):957. DOI:10.1186/s12889-020-09090-w

สาลินี ไวยนนท์, อดิเรก เร่งมานะวงษ์, เอ็มวิกา แสงชาติ. การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานป้องกัน ควบคุมวัณโรค จังหวัดขอนแก่น. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น 2567;6(3):e270935. https://he02.tci-thaijo. org/index.php/jkkpho/article/view/270935

กมล ศรีล้อม, กรรณิการ์ ชารัมย์, ทรงธรรม แสนจำลา. รูปแบบการค้นหาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ในผู้สัมผัสร่วมบ้านและผู้ใกล้ชิด ผู้ป่วยวัณโรคปอดในพื้นที่อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โดยใช้กลไก พชอ. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน 2567;9(5):20-31. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ ech/article/view/3338

NTIP Khon Kaen Hospital. National Tuberculosis Information Program Annual Report 2024. Khon Kaen : Khon Kaen Hospital, 2024.

Ayakaka I, Ackerman S, Ggita JM, Kajubi P, Dowdy D, Haberer JE, et al. Identifying barriers to and facilitators of tuberculosis contact investigation in Kampala, Uganda: a behavioral approach. Implement Sci 2017;12(1):33. DOI:10.1186/s13012-017-0561-4

ขวัญใจ มอนไธสง, จีราภรณ์ กรรมบุตร, วนลดา ทองใบ. ปัจจัยทํานายพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคของผู้สัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วยวัณโรคปอดที่พักอาศัยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารพยาบาลทหารบก 2560;18(ฉบับพิเศษ):306-14. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/article/view/101708

กมนต์ อินทรวิชัย, กัมปนาท ฉายชูวงษ์, ญาณันธร กราบทิพย์. ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ กับพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อวัณโรคของประชาชนในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี 2566;21(1):69-80. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ odpc10ubon/article/view/262233

Becker MH, [editor]. The Health Belief Model and Personal Health Behavior. Thorofare, N. J. : Slack, 1974.

Arsaman J, Sirisopon N. The effectiveness of the “STOP TB” program in accordance with Health Belief Model to promote behaviors the prevention of infection transmission of pulmonary tuberculosis patients. Dis Control J 2020;46(4):451-61. DOI:https://doi.org/10.14456/dcj.2020.42

Parwati NM, Bakta IM, Januraga PP, Wirawan IMA. A Health Belief Model-Based Motivational Interviewing for Medication Adherence and Treatment Success in Pulmonary Tuberculosis Patients. Int J Environ Res Public Health 2021;18(24):13238. DOI:10.3390/ijerph182413238

Chang SH, Cataldo JK. A systematic review of global cultural variations in knowledge, attitudes and health responses to tuberculosis stigma. Int J Tuberc Lung Dis 2014;18(2):168-73. DOI:10.5588/ijtld.13.0181

Wongchana T, Songthap A. Factors affecting tuberculosis (TB) prevention behaviors among household contacts in Phitsanulok Province, northern Thailand: implications for TB prevention strategy plan. BMC Infect Dis 2024;24(1):1429. DOI:10.1186/s12879-024-10327-x

Lwanga SK, Lemeshow S. Sample size determination in health studies: a practical manual. Geneva : World Health Organization, 1991.

ชลีรัตน์ ฟองนวล. ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพต่อความรู้และพฤติกรรมการมารับการตรวจคัดกรองวัณโรคของผู้สูงอายุ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น 2566;4(4):28–39. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/scintc/ article/view/2065

มัลลิกา ผดุงหมาย. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมป้องกันวัณโรคของผู้สัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วยวัณโรคปอด. [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2566. http://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/6062

บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553.

นัสเราะห์ ยูหนุ, พรนภา หอมสินธุ์, วรรณรัตน์ ลาวัง. ผลของโปรแกรมแบบแผนความเชื่อสุขภาพต่อพฤติกรรม ในการป้องกันวัณโรคของผู้ต้องขังชาย. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2567;51(1):158-71. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/cmunursing/article/view/267517

Kongkamol C, Chintrakul A, Horsiritham K, Kiranantawat N, Nirattisaikul S, Sungsiri J, et al. The predictors of voluntary participation in pulmonary tuberculosis screening program: a study in a suburban community of southern Thailand. Front Public Health 2024;12:1360986. DOI:10.3389/fpubh.2024.1360986

Mave V, Nimkar S, Prasad H, Kadam D, Meshram S, Lokhande R, et al. Tuberculosis screening among persons with diabetes mellitus in Pune, India. BMC Infect Dis 2017;17(1):388. DOI:10.1186/s12879-017-2483-9

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-24 — อัปเดตเมื่อ 2025-12-26

เวอร์ชัน