ความเชื่อมั่นของผู้รับบริการในคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
คำสำคัญ:
ความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ, คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์, สถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับระดับความเชื่อมั่นผู้รับบริการในคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประชากรคือ ผู้รับบริการในคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คำนวณขนาดตัวอย่างด้วยกฎแห่งความชัดเจน (rule of thumb) ใช้อัตราส่วนในการสุ่มตัวอย่างร้อยละ 30 ได้ 155 คน เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของผู้รับบริการในด้านต่างๆ ผ่านแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง มีการตรวจสอบความตรงของเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน และนำไปทดลองใช้กับผู้รับบริการในสถานบริการการแพทย์แผนไทยที่มีบริบทใกล้เคียง จำนวน 30 คน คำนวณค่าความเที่ยงของเครื่องมือทั้งฉบับ ได้เท่ากับ 0.92 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และไค-สแควร์ ผลการศึกษาพบว่า ระดับความเชื่อมั่นของผู้รับบริการในคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ ทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาความเชื่อมั่นเป็นรายด้าน พบว่าด้านบริการคิดเป็นร้อยละ 65.16 ด้านวัสดุอุปกรณ์คิดเป็นร้อยละ 55.48 ด้านสถานที่คิดเป็นร้อยละ 43.87 และด้านบุคลากรคิดเป็นร้อยละ 63.23 และปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับระดับความเชื่อมั่นของผู้รับบริการในคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีดังนี้ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน สิทธิการรักษา และสถานะผู้ป่วย มีความสัมพันธ์กับระดับความเชื่อมั่นด้านบริการและด้านวัสดุ อายุ และสิทธิการรักษามีความสัมพันธ์กับระดับความเชื่อมั่นด้านสถานที่และด้านบุคลากร และอาชีพมีความสัมพันธ์กับระดับความเชื่อมั่นด้านบุคลากร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (p<0.05) ส่วนปัจจัยด้านเพศ สถานภาพ และระดับการศึกษา ไม่มีความสัมพันธ์กับระดับความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ ผลการวิจัยนี้เป็นข้อมูลเพื่อพัฒนาบริการของคลินิกแพทย์แผนไทยสำหรับการวางแผนความเสี่ยงในการให้บริการเมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาดต่างๆ ในอนาคตได้อย่างมีมาตรฐาน และประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข งานโรคติดต่ออุบัติใหม่ กลุ่มพัฒนาวิชาการโรคติดต่อ. สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มาตรการสาธารณสุข และปัญหาอุปสรรคการป้องกันควบคุมโรคในผู้เดินทาง [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 20 มี.ค. 2565]. แหล่งข้อมูล: https://ddc.moph.go.th/uploads/files/2017420210820025238.pdf
World Health Organization. COVID-19: operational guidance for maintaining essential health services during an outbreak. 2020 Mar 25, Interim guidance: 1-10 [Internet]. 2020 [cited 2020 Nov 1]. Available from: https://iris.who.int/items/3962334b-59fd-4200-bdbf-91fe58e98db9
ชุติมา ดีสวัสดิ์, พรทิพย์ กีระพงษ์, นิตยา เพ็ญศิรินภา. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมความปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของบุคลากรในโรงพยาบาลบุรีรัมย์. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 2564;15(38):399-413.
ภัคศจีภรณ์ ขันทอง. ความคาดหวังและความพึงพอใจของประชาชนต่อคุณภาพการบริการของคลินิกแพทย์แผนไทย จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารศรีวนาลัยวิจัย 2561;8(2):75-84.
อัจฉรา เชียงทอง. คุณภาพและการเข้าถึงบริการของโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย [วิทยานิพนธ์หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2559. 210 หน้า.
นิภาพร สังวร. พฤติกรรมสุขภาพของผู้มารับบริการที่คลินิกแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลบรบือ จังหวัดมหาสารคาม [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 5 ก.พ. 2563]. แหล่งข้อมูล: http://mkho.moph.go.th/
Parasuraman, A, Zeithaml, VA, Berry, LL. A conceptual model of service quality and its implications for future research. Journal of Marketing 1985;49:41-50.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. แนวทางการให้บริการการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ เพื่อป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้นเมื่อ 1 พ.ย. 2563]. แหล่งข้อมูล: https://www.dtam.moph.go.th
สมเกียรติ พยุหเสนารักษ์, วารุณี ระเบียบดี. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเชื่อมั่นในคุณภาพบริการภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมเชื้อโควิด-19 ของโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดตรัง. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2565;5(1):186-203.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

