ผลของโปรแกรมการสนับสนุนและการให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง อาการปวดหลัง ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังในคนทำงานทอผ้าด้วยมือ

ผู้แต่ง

  • ปิยาภรณ์ เพ็ญประไพ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย
  • รัญชนา หน่อคำ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย
  • มุทิตา พ้นภัยพาล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น
  • ธีรพันธ์ จันทร์เป็ง คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย
  • อนงค์ สุนทรานนท์ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย
  • ลาวัลย์ สมบูรณ์ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย

คำสำคัญ:

การสนับสนุนทางสังคม, การให้ความรู้, การดูแลตนเอง, ปวดหลัง, ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ, ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง, คนทอผ้า

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสนับสนุนและการให้ความรู้ ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง อาการปวดหลัง ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังในคนทำงานทอผ้าด้วยมือ กลุ่มตัวอย่างเป็นคนทอผ้าด้วยมือ จำนวน 45 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 22 คน และกลุ่มควบคุม 23 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการสนับสนุนและการให้ความรู้ตามแนวคิดโอเร็ม 16 สัปดาห์ ประกอบด้วยการให้ความรู้ การฝึกท่าออกกำลังกายแบบยืดเหยียดและเสริมสร้างความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ 13 ท่า 3 วันต่อสัปดาห์ การติดตามทางโทรศัพท์ทุก 2 สัปดาห์ กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการสนับสนุนและการให้ความรู้ คู่มือ แบบบันทึกการออกกำลังกาย แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเอง แบบประเมินความปวด เครื่องมือวัดความอ่อนตัวด้านหน้า และเครื่องมือวัดแรงเหยียดหลังและขา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Independent t-test และ repeated measures ANOVA ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และพบปฏิกิริยาร่วมระหว่างกลุ่มและเวลาในทุกตัวแปรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) เมื่อเปรียบเทียบรายคู่พบว่า กลุ่มทดลองมีความยืดหยุ่นของหลังดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 8, 12 และ 16 อาการปวดหลังลดลง และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังเพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ในสัปดาห์ ที่ 12 และ 16 ข้อเสนอแนะควรส่งเสริมการนำโปรแกรมนี้ไปใช้ในกลุ่มอาชีพที่นั่งทำงานต่อเนื่อง โดยเน้นความต่อเนื่องของการปฏิบัติอย่างน้อย 12-16 สัปดาห์

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Musculoskeletal health [Internet]. 2022 [cited 2020 Feb 5]. Available from:

https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/musculoskeletal-conditions

National Institute for Occupational Safety and Health. Musculoskeletal disorders and workplace factors:

a critical review of epidemiologic evidence for work-related musculoskeletal disorders of the neck, upper

extremity, and low back [Internet]. 1997 [cited 2020 Feb 5]. Available from: https://certisafety.com/pdf/

mdwf97-141.pdf

กองโรคจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพ

จากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม ปี 2561 [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [สืบค้นเมื่อ 25 ก.พ. 2563]. แหล่งข้อมูล:

https://ddc.moph.go.th/doed/news.php?news=9424&deptcode=doed

ทิพานันท์ ตุ่นสังข์, ภัทรพรรณ บุญศิริ, วิภาดา ศรีเจริญ, นิธิพงศ์ ศรีเบญจมาศ, กิ่งแก้ว สำรวยรื่น, เอกภพ จันทร์สุคนธ์,

และคณะ. ปัจจัยที่มีผลต่ออาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง

อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

;13(2):254-66.

วิภาดา พนากอบกิจ, ชาตรี เชิดนาม, ธวัชชัย ดาเชิงเขา. สิ่งคุกคามต่อสุขภาพและภาวะสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงาน

ของผู้ประกอบอาชีพทอผ้าไหม จังหวัดสุรินทร์. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 25 ก.พ. 2563];17

(2):689-700. แหล่งข้อมูล: https://he02.tcithaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/261587/179422

สงวน ธานี, สมจิตต์ ลุประสงค์, ยมนา ชนะนิล, รวีวรรณ เผ่ากัณหา. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพของสตรีทอผ้าในจังหวัด

อุบลราชธานี. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [สืบค้นเมื่อ 25 ก.พ. 2563];36(4):177-85.

แหล่งข้อมูล: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/165245

Gasibat Q, Simbak NB, Aziz AA. Stretching exercises to prevent work-related musculoskeletal disorders –

a review article. Journal of Sports Science and Medicine [Internet]. 2017 [cited 2020 Feb 18];5(2):27–30.

Available from: https://www.researchgate.net/publication/316669406_Stretching_Exercises_to_Prevent_

Work-related_Musculoskeletal_Disorders_-_A_Review_Article

สุมาตรา สังข์เกื้อ, ฉัตรดาว เสพย์ธรรม, อัครเดช คงขำ. ผลของการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่น

ของกล้ามเนื้อลำตัวและเชิงกราน ต่ออาการปวดและองศาการเคลื่อนไหวของลำตัวในหญิงที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง:

การศึกษานำร่อง. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [สืบค้นเมื่อ 25 ก.พ. 2563];13(1):110-20.

แหล่งข้อมูล: https://he01.tcithaijo.org/index.php/NurseNu/article/view/189249/132570

Shariat A, Cleland JA, Danaee M, Kargarfard M, Sangelaji B, Tamrin SBM. Effects of stretching exercise training

and ergonomic modifications on musculoskeletal discomforts of office workers: a randomized controlled trial.

Brazilian Journal of Physical Therapy [Internet]. 2018 [cited 2020 Feb 4];22(2):144-53. Available from:

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5883995/pdf/main.pdf

Gordon R, Bloxham S. A systematic review of the effects of exercise and physical activity on non-specific

chronic low back pain. Healthcare (Basel) [Internet]. 2016 [cited 2020 Feb 1];4(2):22. Available from:

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4934575/

Shariat A, Lam ETC, Kargarfard M, Tamrin SBM, Danaee M. The application of a feasible exercise training

program in the office setting. Work [Internet]. 2017 [cited 2020 Feb 1];56(3):421-8. Available from:

https://doi.org/10.3233/WOR-172508

พัชรินทร์ ใจจุ้ม, ทัศน์พงษ์ ตันติปัญจพร. ประสิทธิภาพของการจัดโปรแกรมการยืดเหยียดกล้ามเนื้อร่วมกับการให้ความรู้

ด้านการยศาสตร์เพื่อลดอาการปวดเมื่อยหลังและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังของคนงานทอผ้าด้วยมือ ตำบลแม่แรง

อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี [อินเทอร์เน็ต]. 2561

[สืบค้นเมื่อ 25 ก.พ. 2563];20(3):139-50. แหล่งข้อมูล: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/sci_ubu/article/view/182344

Orem DE, Taylor SG, Renpenning KM. Nursing: concepts of practice. 6th ed. St. Louis: Mosby; 2001.

ณภัชดา ศิริมาสกุล. ผลของโปรแกรมการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้ที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและอาการปวด

ของผู้ป่วยโรคปวดหลังส่วนล่าง. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 25 ก.พ.

;30(2):108-20. แหล่งข้อมูล: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Nubuu/article/view/256481 (ผลของโปรแกรมการ

สนับสนุนและการให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองในคนทำงานทอผ้าด้วยมือ วารสารวิชาการสาธารณสุข 2569 ปีที่ 35

ฉบับเพิ่มเติม 2 S329)

Polit DF, Hungler PB. Nursing research: principles and methods. 6th ed. Philadelphia (PA): Lippincott Williams &

Wilkins; 1999.

Burns N, Grove SK. The practice of nursing research: conduct, critique and utilization. 5th ed. St. Louis, MO: Elsevier

Saunders; 2005.

Shebib R, Bailey JF, Smittenaar P, Perez DA, Mecklenburg G, Hunter S. Randomized controlled trial of

a 12-week digital care program in improving low back pain. NPJ Digit Med [Internet]. 2019

[cited 2025 Jan 20];2:1-8. Available from: https://www.nature.com/articles/s41746-018-0076-7

Kim SD. Twelve weeks of Yoga for chronic nonspecific lower back pain: a meta-analysis. Pain Manag Nurs

[Internet]. 2020 [cited 2025 Jan 20];21(6):536-42. Available from:

https://www.painmanagementnursing.org/article/S1524-9042(20)30151-X/ppt

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-27

วิธีการอ้างอิง

ฉบับ

บท

นิพนธ์ต้นฉบับ