ผลของโปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเคลื่อนไหวรยางค์ส่วนบนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
คำสำคัญ:
ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค, โรคหลอดเลือดสมอง, รยางค์ส่วนบนบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรคในการส่งเสริมพฤติกรรมการเคลื่อนไหวรยางค์ส่วนบนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 46 ราย คัดเลือกด้วยการสุ่มอย่างง่าย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 23 ราย กลุ่มควบคุมรับการฟื้นฟูทางกิจกรรมบำบัดรูปแบบปกติ กลุ่มทดลองรับการฟื้นฟูทางกิจกรรมบำบัดรูปแบบปกติและโปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรคเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเคลื่อนไหวรยางค์ส่วนบน ดำเนินการ 4 สัปดาห์ วัดผลก่อนและหลังการทดลองด้วย (1) แบบวัดพฤติกรรมการเคลื่อนไหวรยางค์ส่วนบนของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค (2) แบบทดสอบความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองสำหรับผู้ป่วย และ (3) แบบประเมินการเคลื่อนไหวรยางค์ส่วนบนของฟูกเกิล-เมเยอร์ (Fugl-Meyer assessment of physical performance: upper extremity motor) วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบหลังการทดลองระหว่างกลุ่มด้วยสถิติ Mann-Whitney U test พบว่า กลุ่มทดลองมีค่ามัธยฐานของพฤติกรรมการเคลื่อนไหวรยางค์ส่วนบน 4.08 สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 25–75 = 3.80, 4.52 เทียบกับ 3.52 (3.24, 3.92), p < 0.05) ในส่วนของความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มทดลองมีค่ามัธยฐานสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน (19 เทียบกับ 16, p < 0.05) สำหรับความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวรยางค์ส่วนบนไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p > 0.05) ดังนั้น โปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรคเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเคลื่อนไหวรยางค์ส่วนบนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สามารถเพิ่มพฤติกรรมการเคลื่อนไหวรยางค์ส่วนบนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีประสิทธิผล แสดงถึงการบูรณาการความรู้ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและความรู้ด้านจิตวิทยาสุขภาพเพื่อนำไปสู่พฤติกรรมการดูแลสุขภาพสม่ำเสมออย่างยั่งยืน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
World Stroke Organization. World Stroke Organization (WSO) annual reports 2020 [Internet]. 2020 [cited 2022 Jan 9]. Available from: https://www.world-stroke.org/assets/downloads/WSO_Annual_Report_2020_online.pdf
Kim HJ, Lee Y, Sohng KY. Effects of bilateral passive range of motion exercise on the function of upper extremities and activities of daily living in patients with acute stroke. J Phys Ther Sci 2014;26(1):149-56.
สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ. แนวปฏิบัติทางคลินิกกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้รับบริการโรคหลอดเลือดสมอง. กรุงเทพมหานคร: อาร์ตควอลิไฟท์; 2555.
ภาควิชากิจกรรมบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. กิจกรรมบำบัดสำหรับผู้มีปัญหาด้านระบบประสาท. เชียงใหม่: สยามพิมพ์นานา; 2560.
Rogers RW. A protection motivation theory of fear appeals and attitude change. Journal of Psychology 1975; 91(1):93-114.
ผุสดี ใจอารีย์. โปรแกรมสร้างแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคต่อพฤติกรรมของผู้ดูแลในครอบครัวในการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กวัยก่อนเรียนโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.
Dorien BG, Heleen MdH, Marinke AM-dJ, Lisette JEWCvG-P, Erik T. Patient perspectives on health-related behavior change after transient ischemic attack or ischemic stroke. Brain Behav 2021;11(4):e01993.
จินดาพร จันทร์เทศ. ประสิทธิผลของโปรแกรมการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2565.
อนันต์ อิฟติคาร์. ผลของโปรแกรมการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับในนักเรียนชั้นประถมศึกษา โรงเรียนบ้านหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น 2560;24(3):75-87.
อนันต์ อิฟติคาร์. ผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร 2561;21(1):20-34.
อรรถรส ปานสมบัติ. ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองและความสามารถประเมินระดับการทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยและญาติ. เวชศาสตร์ฟื้นฟูสาร 2550;17(1):7-13.
รัตนาภรณ์ ศิริเกตม, สุรชาติ สิทธิปกรณ์, พร้อมจิตร ห่อนบุญเหิม. ผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจในการป้องกันโรคต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง. ศรีนครินทร์เวชสาร 2558;30(3):299-304.
Arunpongpaisal S, Kongsuk T, Maneethorn N, Maneethorn B, Wannasawek K, Leejongpermpoon J, et al. Development and validity of two-question screening test for depressive disorders in Northeastern Thai community. Asian J Psychiatr 2009;2(4):149-52.
Sullivan KJ, Tilson JK, Cen SY, Rose DK, Hershberg J, Correa A, et al. Fugl-Meyer assessment of sensorimotor function after stroke: standardized training procedure for clinical practice and clinical trials. Stroke 2011;42(2):427-32.
ชยานิศ ศุภนิกร, วีณา เที่ยงธรรม, เพลินพิศ บุณยมาลิก. โปรแกรมการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรคเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมชะลอความเสื่อมของไต ในผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะที่ 3 ในชุมชน. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2562;29(2):165-77.
วิชัย ศรีผา. ผลของการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อการป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยเบาหวาน อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ 2557;8(3):268-78.
สุวรณา สุนทรวิภาต, ณัฐจาพร พิชัยณรงค์, สมชาติ โตรักษา. ผลของการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจร่วมกับการสนับสนุนทางสังคมในการควบคุมความดันโลหิตในผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลสระกระโจม อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2555;31(6):757-64.
Milne S, Sheeran P, Orbell S. Prediction and intervention in health-related behavior: a meta-analytic review of Protection Motivation Theory. Journal of Applied Social Psychology 2000;30(1):106-43.
American Stroke Association. Explaining stroke 2020 [Internet]. 2020 [cited 2022 Jan 9]. Available from: https://www.stroke.org/en/-/media/Stroke-Files/Stroke-Resource-Center/Brochures/Explaining_Stroke_Brochure_2020.pdf?sc_lang=en
จิรธิดา พ่ออามาตย์, กมล อุดล, ยงชัย นิละนนท์, ดุสิต สุจิรารัตน์. ผลของการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินต่อระยะเวลาก่อนได้รับการรักษา, อัตราการได้รับยาสลายลิ่มเลือด และอาการทางคลินิกที่ 3 เดือนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันเฉียบพลัน. โครงการประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 15; 28 มี.ค. 2557; วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2557. หน้า 1824–32.
Lloyd-Jones D, Adams R, Carnethon M, De Simone G, Ferguson TB, Flegal K, et al. Heart disease and stroke statistics—2009 update: a report from the American Heart Association Statistics Committee and Stroke Statistics Subcommittee. Circulation 2009;119(3):e21-e181.
ภัทรา วัฒนพันธุ์. การฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและการป้องกันภาวะแทรกซ้อน. วารสารสมาคมประสาทวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2560;12:31-43.
Verheyden G, Nieuwboer A, De Wit L, Thijs V, Dobbelaere J, Devos H, et al. Time course of trunk, arm, leg, and functional recovery after ischemic stroke. Neurorehabil Neural Repair 2008;22(2):173-9.
พัชราภรณ์ สิรินธรานนท์. ผลของโปรแกรมการสอนแนะผู้ดูแลต่อความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองวัยผู้ใหญ่. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

