ความรู้ ทัศนคติ และการนำผลงานวิจัยไปใช้ในบุคลากรสาธารณสุขในสถานีอนามัย จังหวัดพัทลุง
คำสำคัญ:
ความรู้ในการนำผลงานวิจัยไปใช้, ทัศนคติในการนำผลงานวิจัยไปใช้, การนำผลงานวิจัยไปใช้บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจนี้ (survey research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ทัศนคติ และการนำผลงาน วิจัยไปใช้ พร้อมทั้งอุปสรรคการนำผลงานวิจัยไปใช้ของบุคลากรสาธารณสุขใน สถานีอนามัย จังหวัดพัทลุงประชากรในการศึกษา คือ บุคลากรสาธารณสุขทุกคนที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัย จำนวนทั้งหมด 343 คนเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และการสัมภาษณ์ ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 7 ท่าน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ 0.79 และหาค่าความเที่ยงของแบบสอบถามความรู้การนำผลงานวิจัยไปใช้ และอุปสรรคในการนำผลงานวิจัยไปใช้ ตามวิธีของ คูเดอร์-ริชาร์สัน ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.79, 0.83 และ 0.85 ตามลำดับ ในส่วนแบบสอบถามทัศนคติในการนำผลงานวิจัยไปใช้ ได้วิเคราะห์ความเที่ยงโดยหาค่าสัมประสิทธ์อัลฟาของ ครอนบาค (Cronbach's alpha coefficient) ได้เท่ากับ 0.85 วิเคราะหข้อมูล โดยใช้การแจกแจงความถี่ คำนวณค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
การศึกษา พบว่า บุคลากรสาธารณสุขระดับสถานีอนามัยส่วนใหญ่ (79.90%) มีความรู้ในการนำผลงานวิจยไปใช้โดยรวมในระดบสูง และ ร้อยละ 83.70 มีความรู้ในขนตอนการตรวจสอบความถูกต้องของงาน วิจัย โดยส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีในการนำผลงานวิจัยไปใช้ในระดับสูง (μ = 2.12, 0 - 0.46) อย่างไรก็ตามบคลากรสาธารณสขกลุ่มนี้มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ในระดับมากเพียง ร้อยละ 44.02 โดยส่วนมากนำผลงาน วิจัยไปใช้ในกลุ่มงานบริการ (68.12%) นอกจากนี้ยังพบว่า ร้อยละ 53.90 มีอุปสรรคในการนำผลงานวิจัยไปใช้ในระดับน้อย โดยส่วนใหญ่มือปสรรคในเรื่องภาระงานประจำอื่น ๆ มาก จนทำให้ไม่มีเวลาอ่านผลงาน วิจัย (77.00%)
ผลการวิจัยครั้งนี้ ให้แนวทางแก่ผู้บริหารระดับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอในการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาหน่วยงาน ด้วยการนำผลงานวิจัยไปใช้และบูรณาการงานวิจัยในงานประจำ จัดทีมที่ปรึกษา และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องงานวิจัย
Downloads
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2018 วารสารวิชาการสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

