การประยุกต์ระบบการเฝ้าระวังโรคเพื่อพยากรณ์การระบาดโรคไข้เลือดออก

ผู้แต่ง

  • ไพจิตร์ วราชิต สถาบันวิจัยไวรัส กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
  • สุธน วงษ์ชีรี สถาบันวิจัยไวรัส กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
  • สุมาลี เนื่องพลี สถาบันวิจัยไวรัส กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
  • สุนทรี โรจนสุพจน์ สถาบันวิจัยไวรัส กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

บทคัดย่อ

จากการนำจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกที่รายงานปี 2524 – 2534 ของกองระบาดวิทยา สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มาศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนผู้ป่วยในช่วงระยะเดือน มกราคมจนถึงเมษายน กับผู้ป่วยตลอดปี พบว่ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation coefficient “R”) เท่ากับ 0.910 และสมการถดถอย Y = 16018.82 + 8.16 X, R2= 0.8288 จากการศึกษาจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่ตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการในปี พ.ศ. 2524 และ พ.ศ. 2528 – 2534 ของสถาบันวิจัยไวรัส กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หาความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนผู้ป่วยที่ตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการในช่วงระยะเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน กับจำนวนผู้ป่วยที่ตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการตลอดปีใน พ.ศ. 2524 และ พ.ศ. 2528 ถึง พ.ศ. 2534 พบว่ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.851และสมการถดถอย Y = 2059.80+1.26 X, R2=0.7249 เมื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนผู้ป่วยที่ตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ จำนวนผู้ป่วยที่รายงานในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน กับจำนวนผู้ป่วยตลอดปี พบว่า มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นกัน และและค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ(Multiple Correlation coefficient ) เท่ากับ 0.939 และสมการถดถอยพหุคูณ Y= 10646.11 – 34.41X1 +11.35X2, R2=0.8835 ผลการศึกษาข้างต้นแสดงว่าจำนวนผู้ป่วยที่เฝ้าระวังในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นฤดูแล้งก่อนการระบาดของโรค นำไปพยากรณ์จำนวนผู้ป่วยตลอดปีได้แม่นยำ 82.88%, 72.48%, และ 88.35% ตามลำดับ  น่าจะมีประโยชน์สำหรับระดับประเทศและระดับจังหวัดที่โรคไข้เลือดออกเป็นปัญหาสาธารณสุข นำไปประยุกต์ใช้เพื่อทราบแนวโน้มการระบาดล่วงหน้า ช่วยให้การควบคุมและป้องกันโรคมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

Downloads

Download data is not yet available.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

1992-09-28

วิธีการอ้างอิง

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดจากผู้แต่งเรื่องนี้