ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการป้องกันภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุ ตำบลแม่นาเรือ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

ผู้แต่ง

  • มณุเชษฐ์ มะโนธรรม มหาวิทยาลัยพะเยา
  • ธนัชพา ใจบุญ สาขาวิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • จุฑาทิพย์ ประเสริฐสุข สาขาวิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • ชาลิสา กุลีน้อย สาขาวิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • ญาณพัฒน์ กองดี สาขาวิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • ณัฐชา คำตั๋น สาขาวิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • ธนพร โกฏแก้ว สาขาวิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • นาราภัทร ทองเอี่ยม สาขาวิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุ, ภาวะสมองเสื่อม, โปรแกรมการป้องกันภาวะสมองเสื่อม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่ม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการป้องกันภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุตำบลแม่นาเรือ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุจำนวน 56 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 28 คน ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 รวมทั้งสิ้น 2 เดือน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย 1) โปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการป้องกันภาวะสมองเสื่อม ใช้ระยะเวลา 8 สัปดาห์ และ 2) แบบสอบถาม ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล ความรู้ในการป้องกันภาวะสมองเสื่อม ทัศนคติในการป้องกันภาวะสมองเสื่อม และพฤติกรรมในการป้องกันภาวะสมองเสื่อม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน คือ Paired t-test และ Independent t-test ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการป้องกันภาวะสมองเสื่อม สูงกว่าก่อนการทดลองและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)  ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าโปรแกรมดังกล่าวมีประสิทธิผล หน่วยงานด้านสาธารณสุขควรสนับสนุนประยุกต์ใช้โปรแกรมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุอย่างเป็นรูปธรรม

เอกสารอ้างอิง

กัมปนาท สำรวมจิต, สุนีย์ ละกำปั่น, และขวัญใจ อำนาจสัตย์ซื่อ. (2562). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการทำ หน้าที่ของสมองสำหรับผู้สูงอายุต่อการรู้คิดและพฤติกรรมการป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล. 35(3), 34-45.

กัญญา จันทร์พล, และสดุดี ภูห้องไสย. (2567). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อชะลอและป้องกันภาวะสมอง เสื่อมของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ: เขตสุขภาพที่ 7. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัย สิ่งแวดล้อม. 47(1), 54-67.

กองอนามัยผู้สูงอายุ. (2566). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2566. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.

ณิชาภัทร มณีพันธ์, ศรินรัตน์ จันทพิมพ์, และณรงค์กร ชัยวงศ์. (2565). การพัฒนาชุดกกิจกรรมภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้านต่อการป้องกันภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 15(3), 85-98.

นพมาศ โกศล, อลงกรณ์ เปกาลี, และมณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์. (2568). ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงตามแนวคิดแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ. วารสารควบคุมโรค. 51(2), 280-292.

รุ่งนภา ป้องเกียรติชัย, วิวินท์ ปุรณะ, และศรีสุดา วงศ์วิเศษกุล. (2567). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการ ตนเองเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อมในวัยผู้ใหญ่ตําบลมหาสวัสดิ์ อําเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน. 10(1), 38-48.

สาคร บุญสูงเนิน, และศินาท แขนอก. (2554). การสงเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเพื่อปองกันภาวะสมองเสื่อม. วารสารศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา.

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาเรือ. (2567). จำนวนประชากรผู้สูงอายุประจำปี พ.ศ. 2567. [สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2567]; แหล่งข้อมูล: https://maenarua.go.th/mnr_v1/

Alzheimer’s Disease International. (2023). World Alzheimer Report 2023: Reducing dementia risk–never too early, never too late. [cited 2025 October 15]; Available from: https://www.alzint.org

Best, J. W. (1997). Research in education. New York: Prentice-Hall. Englewood Cliffs.

Bloom, B. S., Madaus, G. F., & Hastings, J. T. (1971). Handbook on formative and summative evaluation of student learning. McGraw-Hill.

Cronbach, L. J. (1970). Essentials of psychological testing. New York: Harper & Row.

Kang, H. (2021). Sample size determination and power analysis using the G*Power software. Journal of Educational Evaluation for Health Professions, 18(17). https://doi.org/10.3352/jeehp.2021.18.17

Kuder, G. F., & Richardson, M. W. (1937). The theory of the estimation of test reliability. Psychometrika, 2(3), 151-160. [cited 2024 November 25]; Available from: https://link.springer.com/article/10.1007/BF02288391

Livingston, G., Huntley, J., Sommerlad, A., Ames, D., Ballard, C., Banerjee, S., & Mukadam, N. (2020). Dementia prevention, intervention, and care: 2020 report of the Lancet Commission. The Lancet. 396(10248), 413–446.

Nichols, E., Steinmetz, J. D., Vollset, S. E., Fukutaki, K., Chalek, J., Abd-Allah, F., & Vos, T. (2022). Estimation of the global prevalence of dementia in 2019 and forecasted prevalence in 2050: An analysis for the Global Burden of Disease Study 2019. The Lancet Public Health. 7(2), e105–e125.

Rosenstock, (1974). Social learning theory and the Health Belief Model [cited 2024 November 17]; Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/3378902/

Siriraj Medical Journal. (2565). สถานการณ์โรคสมองเสื่อมในประเทศไทยและแนวทางการดูแลรักษา. สถาบันการแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.

World Health Organization. (2021). Global status report on the public health response to dementia. Geneva: WHO.

World Health Organization. (2023). Dementia fact sheet. [cited 2025 October 15]; Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/dementia

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-03

วิธีการอ้างอิง