การประเมินความรอบรู้ในการสื่อสารความเสี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพ จากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดแพร่

ผู้แต่ง

  • ธำรงศักดิ์ แสนยศ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่

คำสำคัญ:

ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, การสื่อสารความเสี่ยง, ผลกระทบต่อสุขภาพ, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับความรอบรู้ในการสื่อสารความเสี่ยงผลกระทบ ต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และเปรียบเทียบระดับความรอบรู้ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จังหวัดแพร่ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยด้านสถานที่ปฏิบัติงาน กลุ่มตัวอย่างคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 500 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Independent Samples t-test, One-Way ANOVA และ Pearson’s correlation coefficient

ผลการศึกษาพบว่า อสม.จังหวัดแพร่ มีความรอบรู้ในการสื่อสารความเสี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในระดับปานกลาง (คะแนนเฉลี่ย 67.77 จาก 110 คะแนน) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านความรู้เกี่ยวกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในระดับดี (คะแนนเฉลี่ย 7.77 จาก 10 คะแนน) ส่วนด้านเจตคติต่อการสื่อสาร ด้านทักษะในการสื่อสาร ด้านการประเมินและถ่ายทอดความเสี่ยง และด้านพฤติกรรมในการสื่อสารจริง อยู่ในระดับปานกลางทั้งหมด (คะแนนเฉลี่ย 15.00 จาก 25 คะแนน) ผลการเปรียบเทียบระดับความรอบรู้ตามปัจจัยส่วนบุคคล และปัจจัยด้านสถานที่ปฏิบัติงาน พบว่า 1) อสม.เพศหญิงมีระดับความรอบรู้ในการสื่อสารความเสี่ยงในภาพรวม และด้านพฤติกรรมการสื่อสารจริง สูงกว่าเพศชาย 2) อสม. ที่เคยผ่านการอบรมเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีระดับความรอบรู้ในภาพรวม และรายด้านทุกด้าน (ยกเว้นด้านเจตคติต่อการสื่อสารความเสี่ยง) สูงกว่าที่ไม่เคยผ่านการอบรม 3) อสม. ที่ปฏิบัติงานในอำเภอที่ต่างกันมีระดับความรอบรู้ในภาพรวมและด้านการประเมินและถ่ายทอดความเสี่ยงแตกต่างกัน

จากผลการวิจัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนเชิงนโยบาย เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ฯ โดยมุ่งเน้นการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนตามบริบทพื้นที่ที่แตกต่างกัน และการดึงศักยภาพเฉพาะด้านของ อสม. มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารความเสี่ยงและยกระดับการดูแลสุขภาพของประชาชนในชุมชนอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมมลพิษ. (2567). รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศประเทศไทย ปี 2566. กรุงเทพฯ: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2564). คู่มือการสื่อสารความเสี่ยงด้านสุขภาพสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุข. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.

กาญจนา วิชญานนท์. (2563). ความรู้และพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 34(1), 78–89.

ภาสกร แก้วกาญจนดิษฐ์, ธนภรณ์ จิตตะวิริยะกุล, & สุภาภรณ์ อินทะกนก. (2563). ระดับความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับ PM2.5 ของอาสาสมัครสาธารณสุขในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารสาธารณสุขชุมชน, 26(1), 42–52.

วชิรวิทย์ พิทักษ์, & ธนกร รุ่งเรือง. (2565). บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขในการสื่อสารสุขภาพเรื่องฝุ่นละออง PM2.5: การศึกษากรณีพื้นที่ภาคเหนือ. วารสารวิจัยสุขภาพและการพัฒนา, 8(2), 120–131.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่. (2567). แนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดแพร่ ปี 2567. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่.

Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall.

Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267.

World Health Organization. (2023). WHO global air quality guidelines: Particulate matter (PM2.5 and PM10), ozone, nitrogen dioxide, sulfur dioxide and carbon monoxide. Geneva: WHO.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-17

วิธีการอ้างอิง