การพัฒนารูปแบบการป้องกันโรคเบาหวานในกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย อำเภองาว จังหวัดลำปาง

ผู้แต่ง

  • สุภาพร ยอดมุณี สำนักงานสาธารณสุขอำเภองาว จังหวัดลำปาง

คำสำคัญ:

การป้องกันโรคเบาหวาน, ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, หลัก 3อ.2ส., การวิจัยและพัฒนา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรคเบาหวานในกลุ่มเสี่ยง 2) พัฒนารูปแบบการป้องกันโรคเบาหวานโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในชุมชน และ 3) ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น พื้นที่วิจัยคืออำเภองาว จังหวัดลำปาง กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน จำนวน 120 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 60 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพตามหลัก 3อ.2ส. รูปแบบการป้องกันโรคเบาหวานระยะเวลา 12 สัปดาห์ และแนวคำถามการสนทนากลุ่ม เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในระดับยอมรับได้ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Chi-square test, Independent t-test และ Paired t-test

ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการป้องกันโรคเบาหวานโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย อำเภองาว ดำเนินการผ่าน 4 แนวทาง มุ่งเน้นการให้ความรู้และประเมินสุขภาพกลุ่มเสี่ยง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ.2ส. โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ ขับเคลื่อนผ่านการใช้สมุดบันทึกสุขภาพและแอปพลิ เคชัน "Smart อสม. ชวนนับคาร์บ" เพื่อติดตาม สนับสนุน และประเมินผลลัพธ์ทางสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพสูงกว่าก่อนการทดลอง (Mean = 106.90, S.D. = 16.54 และ 92.27, S.D. = 17.96 ตามลำดับ) และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 4.684, p < 0.001) เสนอแนะควรนำรูปแบบดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในระดับชุมชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและการติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการป้องกันโรคเบาหวานและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อ ปี 2566. กระทรวงสาธารณสุข. https://www.ddc.moph.go.th

กรมควบคุมโรค. (2567). กรมควบคุมโรค รณรงค์วันเบาหวานโลก 2567 มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขแม้จะต้องอยู่ร่วมกับโรคเบาหวาน. จาก https://ddc.moph.go.th

กฤตพัทธ์ ฝึกฝน อภิชาติ ใจใหม่ ปัฐยาวัชร ปรากฏผล อรัญญา นามวงศ์ เอมอร แสงศิริ และภัทราพร เทวอักษร. (2565). การพัฒนารูปแบบการให้บริการของคลินิกโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงบรรทัดฐานใหม่เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 49(4), 396-382. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/cmunursing/article/view/259867/178036

กฤษดา โม้เวียง. (2567). การพัฒนาการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน กรณีศึกษาตาบลสีชมพู อาเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน, 9(5), 307-315. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/download/3373/2471/23544

จิรานุช มีสุวรรณ์ กนกนาฎ อภัยภักดิ์ อารีญา หึกขุนทด และวัฒนา ชยธวัช. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเองของประชาชน บ้านซับตารี จังหวัดจันทบุรี. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยนครราชสีมา, 1(2), 1-13. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/jhsnmc/article/download/634/603

เจาะลึกระบบสุขภาพ. (2567). “สมศักดิ์” รณรงค์วันเบาหวานโลก 2567 ชี้คนไทยป่วย 6.5 ล้านคน ย้ำ! นับ Carb ลดเสี่ยงเอ็นซีดี. จาก https://www.hfocus.org/content/2024/11/32233

ปัทมา คงบุญรักษ์. (2568). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ความตระหนักด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน (อสม.) เขตเทศบาลเมืองหลังสวน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา การแพทย์และสุขภาพ, 10(2), 905-918. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/286308/190158

วิชัย เอกพลากร (บรรณาธิการ). (2564). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. (2568). “การรักษาเบาหวานลงไต” ซึ่งเน้นถึงการควบคุม ระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ตามเป้าหมายเพื่อชะลอหรือป้องกันการเสื่อมลงของไต. จาก https://dmthai.org/new/

สาคร ไชยอำมาตย์ ปรีชา ชัยชนันท์ และจิราภรณ์ ชิตตระกูล. (2568). การพัฒนารูปแบบการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ ด้วยการนับคาร์บโดยกลไกอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและภาคีเครือข่ายชุมชนจังหวัดเชียงใหม่. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคเหนือ), 35(2), 67-76. https://thaidj.org/index.php/NRTC/article/view/16729/13168

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง. (2568). รายงานของระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์ และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขปีงบประมาณ 2567. จาก https://lpg.hdc.moph.go.th

Berkman, N. D., Sheridan, S. L., Donahue, K. E., Halpern, D. J., & Crotty, K. (2011). Low health literacy and health outcomes: An updated systematic review. Annals of Internal Medicine, 155(2), 97–107. https://doi.org/10.7326/0003-4819-155-2-201107190-0000

International Diabetes Federation. (2021). IDF Diabetes Atlas (10th ed.). Brussels, Belgium: International Diabetes Federation. Retrieved from https://diabetesatlas.org

Magliano, D. J., Boyko, E. J., & Atlas, I. D. (2021). COVID-19 and diabetes. In IDF DIABETES ATLAS [Internet]. 10th edition. International Diabetes Federation. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK581933/

Marmot, M. (2020). Health equity in England: the Marmot review 10 years on. Bmj, 368. https://doi.org/10.1136/bmj.m693

Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social science & medicine, 67(12), 2072-2078. https://doi.org/10.1016/j.socscimed.2008.09.050

Ong-Artborirak, P., Seangpraw, K., Boonyathee, S., Auttama, N., & Winaiprasert, P. (2023). Health literacy, self-efficacy, self-care behaviors, and glycemic control among older adults with type 2 diabetes mellitus in Thai communities. BMC Geriatrics, 23, 297. https://doi.org/10.1186/s12877-023-04010-0

Singsalasang, A., Nguanjairak, R., & Salawonglak, T. (2022). Health literacy and behaviors influencing blood sugar level control among type 2 diabetes patients in primary care units, Thailand: A cross-sectional study. F1000Research, 11, 332. 10.12688/f1000research.74225.1

Sørensen, K., Van den Broucke, S., Fullam, J., Doyle, G., Pelikan, J., Slonska, Z., & Brand, H. (2012). Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health, 12, 80. https://doi.org/10.1186/1471-2458-12-80

World Health Organization. (2024). Guidance on global monitoring for diabetes prevention and control: framework, indicators and application. World Health Organization. https://books.google.co.th/books?hl=th&lr=&id=jTEyEQAAQBAJ&oi=fnd&pg=PR4&dq=World+Health+Organization.+(2022).+Diabetes.+Geneva:+WHO.&ots=4icmyfn764&sig=64bOOVrn3VY5LM3W0JwAvZ4Mtj8&redir_esc=y#v=onepage&q=World%20Health%20Organization.%20(2022).%20Diabetes.%20Geneva%3A%20WHO.&f=false

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-17

วิธีการอ้างอิง