การพัฒนาระบบการคัดกรองเพื่อวิเคราะห์ใบสั่งยาผู้ป่วยใน โรงพยาบาลนางรอง
คำสำคัญ:
พัฒนาระบบการคัดกรองวิเคราะห์ใบสั่งยา, คัดกรองใบสั่งยา, ความคลาดเคลื่อนจากการสั่งใช้ยาบทคัดย่อ
ความเป็นมา: ในปี พ.ศ. 2567 ห้องจ่ายยาผู้ป่วยใน โรงพยาบาลนางรอง พบความคลาดเคลื่อนทางยาระดับ D จำนวน 52 ครั้ง ระดับ E จำนวน 4 ครั้ง และระดับ F จำนวน 15 ครั้ง จากใบสั่งยาผู้ป่วยในจำนวน 321,598 ใบสั่งยา จึงมีการประชุมปรึกษาหาแนวทางในการดักจับความคลาดเคลื่อนทางยาเพื่อพัฒนาระบบการคัดกรองวิเคราะห์ใบสั่งยา การป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา โดยใช้หลักการในคู่มือนำมาตรฐานสู่การปฏิบัติตอนที่ 2 SPA Part II สำหรับมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพฉบับที่ 5 (2565) และนำโปรแกรม PharMS มาใช้ในการช่วยคัดกรองและวิเคราะห์ใบสั่งยา เพื่อลดความคลาดเคลื่อนจากการสั่งใช้ยาในการรักษาผู้ป่วย
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาระบบการคัดกรองวิเคราะห์ใบสั่งยาผู้ป่วยใน และประเมินอัตราและระดับความรุนแรงของความคลาดเคลื่อนจากการสั่งใช้ยาที่ตรวจจับได้ก่อนและหลังพัฒนาระบบ
วิธีวิจัย: การศึกษาเชิงปฏิบัติการ เก็บข้อมูล 3 ระยะ ระยะที่ 1 ก่อนการพัฒนาเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ระยะที่ 2 ทดลองระบบเดือนมีนาคม - เมษายน พ.ศ. 2568 และระยะที่ 3 หลังพัฒนาระบบเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม พ.ศ. 2568 จากใบสั่งยาผู้ป่วยในโรงพยาบาลนางรอง จำนวน 148,318 วันนอน ใช้สถิติพรรณนา และ independent chi-square ที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05
ผลการวิจัย: เภสัชกรสามารถตรวจจับความคลาดเคลื่อนจากการสั่งใช้ยาเพิ่มขึ้น 2.98 เท่าจาก 4.44 ครั้งต่อ 1,000 วันนอนในช่วงก่อนพัฒนาระบบเป็น 13.21 ครั้งต่อ 1,000 วันนอนหลังพัฒนาระบบ สำหรับระดับความรุนแรงของความคลาดเคลื่อนจากการสั่งใช้ยาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p-value < 0.001) จากก่อนพัฒนาระบบพบระดับความรุนแรง E - F จำนวน 6 ครั้ง เป็นหลังจากพัฒนาระบบ จำนวน 0 ครั้ง
สรุปผล: การพัฒนาระบบการคัดกรองวิเคราะห์ใบสั่งยาสามารถช่วยดักจับความคลาดเคลื่อนจากการสั่งใช้ยาได้เพิ่มขึ้น และลดความรุนแรงของความคลาดเคลื่อนจากการสั่งใช้ยา ส่งผลให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการใช้ยา รวมทั้งช่วยให้เภสัชกรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
National Coordinating Council for Medication Error Reporting and Prevention (NCC MERP). About medication errors [Internet]. Rockville (MD): NCC MERP; 2024 [cited 2025 Nov 15]. Available from: https://www.nccmerp.org/about-medication-errors
สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (องค์การมหาชน). คู่มือนำมาตรฐานสู่การปฏิบัติตอนที่ 2 (SPA Part II) สำหรับมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพฉบับที่ 5 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (องค์การมหาชน); 2565 [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ย. 2568]. สืบค้นจาก: https://www.ha.or.th/TH/Posts/หนังสือการพัฒนาคุณภาพ/Details/621#
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย). มาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรมโรงพยาบาล พ.ศ. 2566-2570 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพมหานคร: สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย); 2566 [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ย. 2568]. สืบค้นจาก: https://heyzine.com/flip-book/918a88b264.html#page/10
จารุณี วงศ์วัฒนาเสถียร. การวิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนทางยาและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาจากโปรแกรมรายงานความเสี่ยงโรงพยาบาลบุรีรัมย์. วารสารเภสัชกรรมคลินิก [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ย. 2568];29(3):177-88. สืบค้นจาก: https://thaidj.org/index.php/TJCP/article/view/13550
Insani WN, Zakiyah N, Puspitasari IM, Permana MY, Parmikanti K, Rusyaman E, et al. Digital health technology interventions for improving medication safety: systematic review of economic evaluations. J Med Internet Res. 2025;27:e65546. doi: 10.2196/65546.
Wu LH, Liou IL, Kao Yang YH, Cheng CL. A retrospective study on the impact and benefits of commercial clinical decision support systems in clinical decision-making and pharmaceutical care. Integr Pharm Res Pract. 2025;14:137-47. doi: 10.2147/IPRP.S526485.
สุทธิลักษณ์ ริ้วธงชัย. ผลของการพัฒนาระบบบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอกโดยใช้ใบสั่งยาอิเล็กทรอนิกส์ ต่อความคลาดเคลื่อนทางยา โรงพยาบาลบางจาก. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ย. 2568];16(1):72-84. สืบค้นจาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RDHSJ/article/view/259188
ประไพพิมพ์ จุลเศรษฐี. การพัฒนาระบบคัดกรองวิเคราะห์คำสั่งใช้ยาของผู้ป่วยโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า 100 ปี จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ย. 2568];18(2):5-16. สืบค้นจาก: https://thaidj.org/index.php/jdhss/article/view/12470
ณฐมน สุคนนท์, วรางคณา สีมาพล, มนัสนันท์ วงษ์ครุธ, น้ำทิพย์ คงนิล, นิชาภา ทองศรี, ธีราพร สุภาพันธุ์. การพัฒนาระบบคัดกรองใบสั่งยาแผนกผู้ป่วยในเพื่อลดความคลาดเคลื่อนทางยาโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ย. 2568];17(3):25-38. สืบค้นจาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/IJPS/article/view/248525
เพียงใจ เกียรติธนวัฒนา. ผลของการพัฒนาระบบทบทวนคำสั่งใช้ยาผู้ป่วยในโดยเภสัชกรในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์. วารสารเภสัชกรรมไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ย. 2568];16(4):1197-208. สืบค้นจาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TJPP/article/view/266137
ใจภัส วัดอุดม. การพัฒนาระบบก่อนการจ่ายยาผู้ป่วยในเพื่อลดความคลาดเคลื่อนทางยา. วารสารเภสัชกรรมคลินิก [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ย. 2568];26(2):1-15. สืบค้นจาก: https://thaidj.org/index.php/TJCP/article/view/11592
Kemmis S, McTaggart R. Participatory action research and the public sphere. In: Denzin N, Lincoln Y, editors. Sage handbook of qualitative research. California: Sage; 2005. p. 559–603.
Waterman H, Tillen D, Dickson R, de Koning K. Action research: a systematic review and guidance for assessment. Health Technol Assess. 2001;5(23):111-57. doi: 10.3310/hta5230.
Meyer J. Action research. In: Pope C, Mays N, editors. Qualitative research in health care. 3rd ed. Oxford: Blackwell Publishing; 2006. p.121-31. doi: 10.1002/9780470750841.ch11.
กันยาพร ชาติวิวัฒน์พรชัย. ผลลัพธ์ของการให้บริบาลทางเภสัชกรรมโดยเภสัชกรในผู้ป่วยสูงอายุที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล [วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2562 . doi: 10.58837/CHULA.THE.2019.629.
วาสนันท์ พลไพรินทร์. ผลของการบริบาลทางเภสัชกรรมต่อผลลัพธ์ทางคลินิกและผลลัพธ์แบบองค์รวมในผู้ป่วยจิตเภท.[วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2564. doi: 10.58837/CHULA.THE.2021.489.
สุภาพร สนองเดช. ผลของการบริบาลเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในสถานบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเครือข่ายโรงพยาบาลเลย. วารสารเภสัชกรรมคลินิก [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ย. 2568];28(3):85-97. สืบค้นจาก: https://thaidj.org/index.php/TJCP/article/view/12887
หทัยกาญจน์ ก๋ำนารายณ์, อลิสา สุขเอม, นพรัตน์ คำภีระ. ผลของการพัฒนาระบบการคัดกรองคำสั่งใช้ยาของแผนกผู้ป่วยในต่อความคลาดเคลื่อนทางยาของโรงพยาบาลกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร. วารสารเภสัชกรรมไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ย. 2568];17(4):953-70. สืบค้นจาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TJPP/article/view/275548
Reason J. Human error: models and management. BMJ. 2000;320(7237):768-70. doi: 10.1136/ bmj.320.7237.768.
Langley GJ, Moen RD, Nolan KM, Nolan TW, Norman CL, Provast LP. The improvement guide: a practical approach to enhancing organizational performance. 2nd ed. San Francisco: Jossey-Bass; 2009.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารเภสัชกรรมคลินิกทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารเภสัชกรรมคลินิกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอน (Creative Commons License: CC) โดย ต้องแสดงที่มาจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลง, Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข และบุคลากรในกองฯ หรือ ชมรมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

