สัดส่วนการฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ณ โรงพยาบาลวิเชียรบุรี

ผู้แต่ง

  • วิทิต สาพันธ์ หลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (บริหารสาธารณสุข) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • สุคนธา คงศีล ภาควิชาชีวสถิติ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล https://orcid.org/0000-0001-7310-8088
  • สุขุม เจียมตน ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • จุฑาธิป ศีลบุตร ภาควิชาชีวสถิติ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ดารารัตน์ รัตนรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม

คำสำคัญ:

หญิงตั้งครรภ์, การฝากครรภ์, การดูแลก่อนคลอดในไตรมาสแรก, โรงพยาบาลชุมชน

บทคัดย่อ

การฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์เป็นแนวทางสำคัญในการเฝ้าระวัง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับมารดาและทารก ในปีงบประมาณ 2563 โรงพยาบาลวิเชียรบุรีมีสัดส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ภายในระยะเวลาดังกล่าวเพียงร้อยละ 37.5 การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสัดส่วนการฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์ และหาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยใช้การวิจัยเชิงวิเคราะห์ย้อนหลัง กลุ่มตัวอย่างคือหญิงตั้งครรภ์ที่มาคลอด และมีประวัติการฝากครรภ์ของการคลอดครั้งนี้ที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ในปีงบประมาณ 2564 จำนวน 390 คน เครื่องมือเก็บข้อมูลเป็นแบบสกัดข้อมูลทางคลินิก ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษาพบสัดส่วนหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 64.4 มาฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ อายุ 18–25 ปี ระดับการศึกษา จำนวนครั้งที่ตั้งครรภ์ มีความรู้เรื่องการฝากครรภ์ ไม่มีประวัติแท้งบุตร และได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวในด้านอารมณ์ ความสะดวก และข้อมูลข่าวสาร ขณะที่ปัจจัยที่ไม่พบความสัมพันธ์ ได้แก่ ประวัติการคลอดผิดปกติ โรคประจำตัว อาชีพ ระยะทางจากบ้านถึงโรงพยาบาล และสิทธิการรักษาพยาบาล ผลการศึกษาสะท้อนถึงความสำคัญของปัจจัยส่วนบุคคลและการสนับสนุนจากครอบครัวในการเข้าถึงบริการฝากครรภ์ระยะเริ่มต้น ซึ่งควรได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นระบบในระดับบริการปฐมภูมิ

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Tariku A, Melkamu Y, Kebede Z. Previous utilization of service does not improve timely booking in antenatal care: cross sectional study on timing of antenatal care booking at public health facilities in Addis Ababa. Ethiopian Journal of Health Development 2010; 24(3):226-33.

World Health Organization. World blood donor day [Internet]. 2014 [cited 2021 Jul 3]. Available from: http://www.who.int/mediacentre/en/

Green LW, Kreuter MW, Deeds SP. Health education planning 2005 [Internet]. 2021 [cited 2021 Sep 9]. Available from: http://www.lgreen.net/precede.htm

Tekelab T, Berhanu B. Factors associated with late initiation of antenatal care among pregnant women attending antenatal clinic at public health centers in Kembata Tembaro Zone. Southern Ethiopia 2014; 3(2):108-15.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ชี้แจงตัวชี้วัดงานอนามัยแม่และเด็ก [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 28 ม.ค. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://ayo.moph.go.th/health/file_upload/subblocks/รายงานตัวชี้วัดสสจ.pdf

Cresswell JA, Yu G, Hatherall B, Morris J, Jamal F, Harden A, et al. Predictors of the timing of initiation of antenatal care in an ethnically diverse urban cohort in the UK. Journal of BioMed Central Pregnancy and Childbirth 2013;13(103):1-8.

Belayneh T, Adefris M, Andargie G. Previous early antenatal service utilization improves timely booking: cross-sectional study at university of Gondar hospital, Northwest Ethiopia. Journal of Pregnancy 2014;3:1-7.

เดือนเพ็ญ ศิลปอนันต์. ทัศนะของหญิงตั้งครรภ์โรงพยาบาลบางกรวย จังหวัดนนทบุรี. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย 2557;125(2):126-32.

กนกวรรณ ใจพิงค์. ปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อการฝากครรภ์ล่าช้าในหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการ ณ โรงพยาบาลลำพูน. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย 2554;4(2):125-40.

สายใจ โฆษิตกุลพร. การฝากครรภ์และพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช [อินเทอร์เน็ต]. 2555 [สืบค้นเมื่อ 10 ก.ค. 2564]. แหล่งข้อมูล: http://hpc11.go.th/information/7.1/3.9/43.pdf

บุหลัน สุขเกษม. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมาฝากครรภ์ครั้งแรกช้ากว่า 12 สัปดาห์ ของหญิงตั้งครรภ์ ตำบลโพนข่า อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ. ศรีสะเกษ: โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุดโง้ง; 2554.

สุภาวดี จันต๊ะคาด. ความสัมพันธ์แรงสนับสนุนจากคู่สมรสและพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานประเภทผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศิริราช. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคำแหง; 2555.

Gross K, Alba S, Glass TR, Schellenberg JA, Obrist B. Timing of antenatal care for adolescent and adult pregnant women in South-Eastern Tanzania. Journal of BMC Pregnancy Childbirth 2012;12(16):1-12.

Baker EC, Rajasingam D. Using trust databases to identify predictors of late booking for antenatal care within the UK. Journal of Public Health 2012;126(2):112-6.

เรณู ศรีสุข. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมาฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์ของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ในสถานบริการเขตอำเภอพนัสนิคม [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการผดุงครรภ์ขั้นสูง]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2559. 76 หน้า.

เสาวณีย์ ภูมิสวัสดิ์, นางเกษร สุวิทยะศิริ, นางวันดี ไชยทรัพย์. การรับรู้ประโยชน์ของการส่งเสริมสุขภาพกับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ ในหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ในโรงพยาบาลราชวิถี. วารสารวิทยาลัยบรมราชชนนี กรุงเทพ 2556;2(2):81-93.

เอื้อมพร ราชภูติ. การวิเคราะห์สถานการณ์การฝากครรภ์ไม่ครบตามเกณฑ์ของหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลระนอง. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2553;3(3):21-7.

สุวิมล สุรินทรัพย. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมาฝากครรภ์ล่าช้าของหญิงตั้งครรภ์ พื้นที่โซนตะวันชิงพลบ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน [การค้นคว้าอิสระตามหลักสูตรสาธารณสุุขศาสตรมหาบัณฑิต]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2559.

พัชรินทร์ ช่างเจรจา. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการดูแลตนเองของหญิงวัยรุ่นตั้งครรภ์แรก อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ [อินเทอร์เน็ต]. 2553 [สืบค้นเมื่อ 10 ก.ค. 2564]. แหล่งข้อมูล: www.zrolsoft.com/HRNS/captchaZDR/.../814702335.30892.docx

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-27

วิธีการอ้างอิง

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดจากผู้แต่งเรื่องนี้

1 2 3 > >>